ย้ำความเป็นเลิศในทุกบริบท 98 Wireless โครงการที่พักอาศัยแห่งแรกในประเทศไทย ที่ผ่านการรับรองคุณภาพความยั่งยืนจาก LEED อีกหนึ่งมาตรฐานการประเมินคุณภาพอาคารระดับสากลที่คนไทยต้องรู้จัก

แม้ว่าการประเมินคุณภาพจาก LEED อาจยังไม่เป็นที่รู้จักกันในวงกว้างนักสำหรับคนไทย  แต่ต้องกล่าวว่า LEED ถือเป็นมาตรฐานการประเมินคุณภาพความยั่งยืนระดับสากล ในเรื่อง   การออกแบบ การก่อสร้าง และการปฏิบัติการของอาคารสีเขียว หรือที่เรียกกันว่ารางวัล LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) จากสภาอาคารเขียวสหรัฐอเมริกา (U.S. Green Building Council: USGBC) ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลก และ  ถ้าบอกว่า โครงการ 98 Wireless โครงการแฟล็กชิพคอนโดมิเนียมล่าสุดของแสนสิริ ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปี ได้รับรางวัล LEED ในระดับ Certified ดังนั้น เราคนไทยก็น่าจะทำความรู้จักรางวัล LEED นี้กันสักเล็กน้อย เพราะทั่วโลกมีอาคารเพื่อการพาณิชย์และอาคารสำคัญ ๆ กว่า 38,600 แห่งที่ได้รับการรับรองมาตรฐานนี้  รวมแล้วเป็นพื้นที่ใช้สอยในอาคาร     ถึงมากกว่า 560 ล้านตารางเมตรในมากกว่า 167 ประเทศ ทั้งนี้ 98 Wireless ยังถือเป็นโครงการที่พักอาศัยแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับ Certified  จาก LEED อีกด้วย


นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)    กล่าวว่า “นับเป็นความภาคภูมิใจของแสนสิริที่โครงการ 98 Wireless เป็นที่พักอาศัยแห่งแรก  ในไทยที่ได้รับรองมาตรฐาน LEED เพราะแสนสิริใช้เวลากว่า 7 ปีมุ่งมั่นรังสรรค์ให้ทุกมิติ  ของโครงการสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่การหาทำเล การออกแบบสถาปัตยกรรมทั้งภายในและภายนอก วัสดุที่ใช้ การบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ รวมถึงเป็นความตั้งใจของเราตั้งแต่เริ่มต้นสร้างที่จะผลักดันให้โครงการ 98 Wireless ได้รับการประเมินอาคารเขียวในระดับ Certified จาก LEED เพราะในที่สุดแล้ว คำว่า “The Best Comes as Standard” ของ 98 Wireless จะไม่ใช่ The Best    ที่แท้จริง หากไม่ก่อให้เกิดความยั่งยืนและช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้พักอาศัย เราเชื่อว่าความหรูหรา (luxury) และความยั่งยืน (sustainability) เป็นสองสิ่งที่ทำให้เกิดขึ้นควบคู่กันได้ และผู้พัฒนาโครงการที่พักอาศัยก็ควรจะสร้างให้เกิดขึ้นควบคู่กันด้วย เราจึงจับมือกับบริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อให้มาช่วยเป็นที่ปรึกษาของโครงการ 98 Wireless ดูแล  ให้ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยไมน์ฮาร์ทยังมาช่วยดูแลในด้านของโครงสร้างภายในอาคาร ทั้งการวางระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า ระบบลิฟต์ส่วนตัวสำหรับทุกยูนิต รวมไปถึงออกแบบ     ที่จอดรถแบบซุปเปอร์คาร์เพื่อให้ตอบรับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยในทุกมิติอีกด้วย”

 

โครงการ 98 Wireless ได้ผ่านการประเมินมาตรฐาน LEED ในเดือนกันยายน 2017 ที่ผ่านมา ภายใต้เกณฑ์การประเมิน LEED ที่มีความชัดเจนและตรงไปตรงมา โดยผ่านมาตรฐานการตรวจวัดคุณภาพใน 7 ด้านสำคัญ ได้แก่

 

  • ความยั่งยืนของสถานที่ตั้งอาคาร (Sustainable sites)
  • การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ (Water efficiency)
  • การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศโลก(Energy & Atmosphere)
  • การเลือกใช้วัสดุและทรัพยากร (Material & resources)
  • คุณภาพสภาพแวดล้อมภายในอาคาร (Indoor environmental quality)
  • นวัตกรรมในการออกแบบ (Innovation)
  • การออกแบบที่สอดคล้องกับลักษณะภูมิอากาศและภูมิประเทศท้องถิ่น (Regional priority credits)

 

ในการประเมินคุณภาพภายใต้มาตรฐาน LEED นั้น โปรเจคที่ขอเข้ารับการประเมินจะถูกประเมินในระบบการให้คะแนนตามหัวข้อข้างต้น ซึ่งคะแนนทั้งหมดจะนำไปสู่การคิดเป็นเรทติ้งตามสัดส่วนในแต่ละหัวข้อ สำหรับโครงการคอนโดมิเนียม “98 Wireless” จุดเด่นที่ทำให้โครงการนี้กลายเป็นโครงการที่พักอาศัยโครงการแรกที่ผ่านการรับรอง LEED นั้นก็ด้วยเหตุผลสำคัญหลายประการ อาทิ

  • ความยั่งยืนของสถานที่ตั้งอาคาร (Sustainable sites)

เริ่มตั้งแต่การเลือกสถานที่ตั้งอาคารที่แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการอยู่อาศัย ทั้งยังสะดวกต่อการเดินทาง และในโครงการยังมีการจัดพื้นที่จอดรถจักรยานเพื่อส่งเสริมให้ผู้พักอาศัยมีสุขภาวะที่ดีและลดการบริโภคพลังงาน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการเดินทางของผู้อยู่อาศัยในโครงการอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีพื้นที่โล่ง (Open Space) มากกว่าที่กฎหมายไทยกำหนดราว 25%

  • การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ (Water efficiency)

ในทุก ๆ อุปกรณ์ที่มีการใช้น้ำภายในอาคารตั้งแต่ก๊อกน้ำในห้องน้ำและห้องครัว ฝักบัว             โถปัสสาวะ สุขภัณฑ์ ฯลฯ ซึ่ง LEED วางมาตรฐานให้อาคารที่ได้รับการรับรองต้องประหยัดน้ำมากกว่ามาตรฐานอาคารทั่วไปอย่างน้อย 20% ซึ่งในกรณีนี้ 98 Wireless ผ่านมาตรฐานของ LEED ได้อย่างชัดเจน เพราะสุขภัณฑ์ในห้องน้ำของโครงการ 98 Wireless สามารถประหยัดน้ำได้มากกว่ามาตรฐานถึง 31%

  • คุณภาพอากาศในอาคาร (Energy & Atmosphere)

LEED ยึดมาตรฐาน ASHRAE 62.1 ในออกแบบระบบไหลเวียนอากาศในอาคาร ทุกพื้นที่       ที่มีผู้ใช้งานพักอาศัยหรือทำงาน จะต้องมีการเติมอากาศบริสุทธิ์เข้าพื้นที่โดยตรงและให้มีปริมาณเพียงพอตามเกณฑ์ โครงการ 98 Wireless จึงติดตั้งเครื่องเติมอากาศบริสุทธิ์ในห้องพักทุก     ยูนิต รวมทั้งพื้นที่ส่วนกลาง โดยอากาศภายนอกที่มีทั้งมลภาวะ อุณหภูมิที่สูง และความชื้น จะต้องผ่านเข้าเครื่องเติมอากาศจะถูกกรองโดยแผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูง และมีการลดอุณหภูมิโดยวิธี Energy Recovery Ventilator (ERV) ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนความเย็น      กับอากาศที่มาจากพัดลมดูดอากาศในห้องน้ำ (โดยไม่ได้ผสมกัน) ซึ่งอากาศจากในยูนิตนั้นจะมีอุณหภูมิต่ำกว่าอากาศภายนอก ทำให้อากาศมีความสะอาดกว่าการเปิดหน้าต่างรับอากาศโดยตรงและสิ้นเปลืองพลังงานในการปรับอากาศน้อยกว่าเครื่องเติมอากาศแบบทั่วไป

  • การเลือกใช้วัสดุและการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ในการก่อสร้างอย่างมีประสิทธิภาพ (Material & resources)

โครงการ 98 Wireless มีการจัดถังขยะแบบแยกประเภทขยะโดยเฉพาะขยะรีไซเคิลไว้ภายในอาคารเพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้พักอาศัยรู้จักคัดแยกขยะด้วย นอกจากนั้น ในช่วงเวลาของการก่อสร้าง 98 Wireless ยังมีการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้จากการก่อสร้างอย่างมีประสิทธิภาพ โดยส่งต่อวัสดุเหลือใช้มากกว่า 1,070 ตัน หรือกว่า 87% ของวัสดุเหลือใช้จากการก่อสร้างทั้งหมดให้กับผู้รับซื้อวัสดุรีไซเคิล ส่วนวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างนั้น 98 Wireless เลือกใช้ทั้งวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ และวัสดุก่อสร้างที่ผลิตขึ้นภายในประเทศไทย ในสัดส่วน 10% และ 21% ของต้นทุนการก่อสร้างตามลำดับ ความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการวัสดุต่าง ๆ อย่างสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดนี้ช่วยให้โครงการลดการใช้วัสดุใหม่ ลดขั้นตอนการผลิต การขนส่ง เรื่อยไปจนถึงขั้นตอนการกำจัดวัสดุเหลือใช้ ทั้งยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจภายในประเทศได้อีกด้วย

  • การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพภายในตัวอาคาร (Indoor environmental quality)

การประหยัดพลังงานในอาคารถือเป็นหัวใจหลักของอาคารเขียว นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายทางพลังงานแล้ว ยังช่วยลดภาระการผลิตพลังงานของโรงไฟฟ้ารวมไปถึงผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมจากการผลิตไฟฟ้าอีกทางหนึ่ง ซึ่ง 98 Wireless สำหรับลดการสิ้นเปลืองพลังงานได้ราว 15.5% เมื่อเทียบกับอาคารมาตรฐาน ASHRAE 90.1-2007 สำหรับเหตุผลสำคัญที่ทำให้ 98 Wireless สามารถลดการสิ้นเปลืองพลังงานได้มากกว่าอาคารอื่น ๆ ได้แก่

 

  • ระบบการปรับอากาศ: โครงการ 98 Wireless ใช้ระบบทำความเย็นแบบ Variable Refrigerant Flow system หรือ VRF เพื่อทำให้อากาศบริสุทธิ์จากวิธี ERV เย็นลง ก่อนจะนำอากาศนี้ส่งผ่านเข้ามายังพื้นที่พักอาศัย ระบบ VRF ยังสิ้นเปลืองพลังงานน้อยกว่าระบบการทำความเย็นแบบ AC ที่ใช้กันทั่วไป เพราะระบบ VRFมีการปรับการไหลของน้ำยาแอร์ตามภาระความเย็น (cooling load) ในขณะนั้นได้ ในขณะที่ระบบ AC เป็นการตัดการทำงานแบบออนและออฟ การใช้ VRF จึงทำให้ลดการสิ้นเปลืองพลังงานในการทำความเย็นมากกว่า
  • ระบบการทำน้ำร้อนภายใน: ความร้อนสูญเปล่าที่เกิดจากระบบทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ ตามปกติจะใช้พัดลมในการระบายความร้อนออกไป แต่สำหรับโครงการ 98 Wireless นั้น ความร้อนดังกล่าวจะถูกนำไปทำความร้อนให้กับเครื่องทำน้ำอุ่นภายในยูนิต กล่าวคือ เมื่อมีการใช้เครื่องปรับอากาศภายในห้องพัก ผู้พักอาศัยจะได้น้ำอุ่นมาใช้งานได้โดยเสียค่าไฟฟ้าในการผลิตน้ำอุ่นน้อยมากหรืออาจจะไม่เสียเลย
  • การออกแบบเชิงนวัตกรรม (Innovation)

นอกเหนือไปจากการออกแบบที่เหนือกาลเวลาด้วยสถาปัตยกรรมภายนอกแบบโบซาร์ และการออกแบบตกแต่งภายในที่หรูหราแต่ยังให้ความรู้สึกอบอุ่น โครงการ 98 Wireless ยังมีการนำนวัตกรรมในการออกแบบและนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยมาใช้ในโครงการ อาทิ EV Charger สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า  มีการจัดพื้นที่จอดรถพิเศษสำหรับรถยนต์ประหยัดพลังงาน  เป็นต้น     เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้เกิดความยั่งยืนที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นอีกด้วย

  • การออกแบบที่สอดคล้องกับลักษณะภูมิอากาศและภูมิประเทศท้องถิ่น (Regional priority credits)

โครงการ 98 Wireless ตั้งอยู่บนทำเลใจกลางกรุงเทพฯ ที่สะดวกต่อการเดินทางเพราะใกล้กับระบบขนส่งสาธารณะ รายล้อมไปด้วยสวนสีเขียวรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อาทิ ศูนย์การค้า สำนักงาน โรงเรียน ธนาคาร และสถานที่ออกกำลังกาย ซึ่งทั้งหมดอยู่ในรัศมี         ที่สามารถเดินไปได้ ทำให้ช่วยลดการใช้รถยนต์ ทั้งยังมีการคำนึงถึงการออกแบบและการบริหารบริเวณรอบโครงการอย่างยั่งยืน

 

นายอุทัย กล่าวปิดท้ายว่า “การที่โครงการ 98 Wireless ได้รับรองมาตรฐาน LEED นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และเป็นการตีนิยามความลักชัวรี่ในมิติใหม่ เพราะในอดีตความลักชัวรี่นั้นประกอบไปด้วยการดีไซน์ การตกแต่ง การเลือกใช้แบรนด์ที่มีคุณภาพและมาตรฐานเทียบเท่าระดับโลก รวมถึงการบริการที่เหนือระดับ แต่ในปัจจุบัน ความลักชัวรี่ควรจะมีมิติในด้านความยั่งยืนควบคู่  ไปด้วย เพราะนอกจากช่วยให้โครงการที่พักอาศัยนั้นๆ มีความพร้อมสำหรับการอยู่อาศัย   ในทุกมิติแล้ว ยังตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคในปัจจุบันโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มุ่งหา นวัตกรรมการอยู่อาศัยใหม่ๆ หรือมาตรฐานการรับรองเพื่อความยั่งยืนอีกด้วย ซึ่งในอนาคต   แสนสิริมีแผนที่จะพัฒนาโครงการอื่นๆ ให้ได้รับรองมาตรฐานเช่นเดียวกัน และหวังว่าในอนาคตอันใกล้ จะมีอาคารที่พักอาศัยและอาคารประเภทอื่น ๆ ผ่านมาตรฐาน LEED เพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นข้อพิสูจน์ว่า ผู้ประกอบการในบ้านเราให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงานและการรักษาสิ่งแวดล้อมไม่แพ้ผู้ประกอบการในประเทศอื่นๆ”

 



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)…จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

เตรียมนับถอยหลังสู่ขีดสุดของความเจริญที่ย่านปุณณวิถี กับการเปิดบ้านชมห้องจริง วิวจริงครั้งแรก ที่ Whizdom Connect Sukhumvit วันที่ 16-17 ธ.ค. นี้

ย่านสุขุมวิทตอนปลาย หลายคนต่างรู้ดีว่าอยู่ในโซนไหนของกรุงเทพมหานคร ถ้าพูดถึงแถวนั้นแล้ว คนที่อาศัยอยู่ในย่านใจกลางเมืองหรือส่วนเขตอื่นๆ ก็จะคิดว่าไกลและออกนอกกรุงเทพฯ ไปแถวบางพลี หรือสมุทรปราการที่... อ่านต่อ




CHALERMNIT ART DE MAISON ….THE NOVEL PERSPECTIVES OF LUXURIOUS JAPANESE-INSPIRED RESIDENCE ON SUKHUMVIT 53 BY AREEYA PROPERTY

“โลกถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาจากมุมมองของเราทั้งหมด แต่การมองด้วยตาอาจไม่พอที่จะทำให้เราเห็นถ... อ่านต่อ

พระเอกต้องมาคนสุดท้าย !!!! วันที่ 21 พย.นี้เตรียมจองรอบออนไลน์ กับ Ideo Mobi Rama 4 คอนโดสุด hot ส่งท้ายปีของอนันดา

ในที่สุดเค้าก็มา !!!! กับคอนโด 0 เมตรจาก Mrt คลองเตย ติดถนนพระราม 4 ถนนแห่งอนาคตที่มี l... อ่านต่อ

ห้ามพลาด 21 พย.นี้ จองออนไลน์ก่อนคุ้มกว่าพร้อมรับส่วนลดสูงสุดถึง 150,000 บาท* กับโครงการ Elio Del Moss พหลโยธิน 34 แต่งครบเริ่ม 1.59 ล้าน*

วันที่ 21 พย.ที่จะถึงนี้น่าจะเป็นการจองยูนิตคอนโดออนไลน์ รอบสุดท้ายและรอบสำคัญประจำปี 2... อ่านต่อ

แสนสิริ สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการอสังหาริมทรัพย์ไทยและระดับสากล ผ่านโครงการ98 Wireless แฟล็กชิพคอนโดมิเนียมที่ดีที่สุดในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากกลุ่มลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติที่เห็นถึงความเป็นมาสเตอร์พีซของโครงการ จึงทำยอดขายได้แล้วเกือบ 80% คิดเป็นมูลค่า 6,750 ล้านบาท ภายหลังการเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการเพียงไม่ถึงหนึ่งปี โดยได้รับการตอบรับทั้งจากลูกค้าไทยและต่างชาติ ตอกย้ำความโดดเด่นและศักยภาพการเติบโตตลาดระดับลักซ์ชัวรี่ไทย ด้วยราคาที่เพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง โดยราคาสูงสุดที่ปิดการขายได้ ณ ปัจจุบันคือกว่า 800,000 บาท/ตารางเมตร พร้อมกันนี้ด้วยการตอบรับที่ดีมากจากการรังสรรค์ห้องแต่งซึ่งตอบโจทย์ตามความต้องการลูกค้า แสนสิริจึงเผยโฉมห้องแต่งใหม่ล่าสุด 3 สไตล์ที่ออกแบบและรังสรรค์เป็นพิเศษ ซึ่งมั่นใจว่าจะตอบโจทย์ และสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าเพิ่มเติมได้อย่างแน่นอน

นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมกับผู้บริหาร นำเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายพร้อมกับเงินสมทบที่ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัทคู่ค้า ผู้รับเหมา และสถาบันการเงิน ร่วมกับผู้บริหารและพนักงาน จากกิจกรรมแข่งขันกอล์ฟการกุศล ครั้งที่ 10 ประจำปี 2560 มอบแด่ 2 มูลนิธิ คือ มูลนิธิโรคมะเร็ง โรงพยาบาลศิริราช จำนวน 1,000,000 บาท รับมอบโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ไพรัช เทพมงคล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิโรคมะเร็ง รพ.ศิริราช และ มูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ จำนวน 800,000 บาท รับมอบโดย นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติและคุณศศชล วัชโรบล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อสมทบทุนช่วยเหลือค่ายา ค่ารักษาส่วนเกินสิทธิแก่ผู้ป่วยโรคมะเร็งยากไร้ และเพื่อสนับสนุนกิจการเกี่ยวกับการรักษาการศึกษา วิจัยโรคมะเร็ง เมื่อเร็วๆนี้