ผู้ค้าปลีกและเจ้าของพื้นที่ต้องปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มสูงขึ้น

เกริก บุณยโยธิน 10 November, 2017 at 16.28 pm

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยในปี 2560 ทำลายสถิติสูงสุดด้วยตัวเลข 26.1 ล้านคน (จำนวนรวม ณ สิ้นเดือนกันยายน)  เพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดย 28% เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน  ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนในไตรมาส 3 ของปีนี้เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน

 

จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เพิ่มขึ้นส่งผลดีอย่างมากต่อผู้ค้าปลีกในกรุงเทพมหานคร รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญๆในประเทศไทย     รายงานของซีบีอาร์อี ประเทศไทย ฉบับนี้จะอธิบายถึงความนิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มองประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางในการช้อปปิ้ง วิเคราะห์ถึงรูปแบบการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวชาวจีน และผลกระทบต่อผู้ค้าปลีก รวมถึงกลยุทธ์ที่เจ้าของพื้นที่ค้าปลีกนำมาใช้เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว


ประเทศไทยในฐานะแหล่งช้อปปิ้งที่สำคัญ

กรุงเทพฯมีแหล่งช้อปปิ้งหลากหลายรูปแบบให้เลือก ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์ไปจนถึง ศูนย์ค้าส่งสินค้าขนาดใหญ่ ตลาดนักกลางคืนไปจนถึงศูนย์การค้าริมแม่น้ำ ย่านการค้าของกรุงเทพฯ มีห้างสรรพสินค้าเรียงรายอยู่ไม่ไกลจากกันและสามารถเข้าถึงได้โดยระบบขนส่งสาธารณะ โดยหลายห้างมีการเชื่อมต่อกันด้วยทางเดินลอยฟ้า สร้างความสะดวกสบายให้แก่ผู้มาจับจ่ายใช้สอย และนักเดินทาง

 

นักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญของห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน แต่อย่างไรก็ตามจากรายงานฉบับล่าสุดของแผนกวิจัยซีบีอาร์อี ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิปิก มีการคาดการณ์ว่า รูปแบบการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวจีนรุ่นใหม่จะมุ่งเน้นการท่องเที่ยวท่สร้างประสบกาณ์ และให้ความสนใจต่อ วัฒนธรรมท้องถิ่น รวมถึงการรับประทานอาหาร และความบันเทิง

 

ถึงแม้รูปแบบการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวจีนจะเปลี่ยนแปลงไปแต่มุมมองของนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่มีต่อกรุงเทพฯ ในฐานะจุดหมายปลายทางในการช้อปปิ้งยังคงเป็นไปในทิศทางที่ดี ชื่อเสียงของประเทษไทยที่เป็นแหล่งผลิตอาหารชั้นนำของโลกเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีน ให้เดินทางเข้ามายังภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง

 

แผนกวิจัยซีบีอาร์อีสังเกตเห็นว่าศูนย์การค้าหลายแห่งในกรุงเทพฯ ได้พยายามที่จะนำเสนอและสร้างจุดเด่นทางด้านวัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อให้ศูนย์การค้าเหล่านี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจและต้องการสัมผัสถึงวัฒนธรรมไทย

 

ภาพ 1: แหล่งช้อปปิ้งหลักในกรุงเทพมหานคร

รูปแบบการใช้จ่ายของนักท่องเท่ียวชาวจีน

 

ผลการสำรวจสุด ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ทอท.) พบว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนมัจะแบ่งงบประมาณในการท่องเที่ยวให้กับหารช้อปปิ้งถึง 41% ส่วนค่าใช้จ่ายในร้านอาหารนั้นคิดเป็นเพียง 4% โดยส่วนที่เหลือจะถูกใช้จ่ายไปกับค่าเดินทาง ค่ากิจกรรมเพื่อความบันเทิง ค่าจ้างมัคคุเทศก์นำเที่ยว และค่าที่พัก ทั้งนี้ จากงบประมาณในการช้อปปิ้งทั้งหมด ผลสำรวจประเภทสินค้าในไทยที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมซื้อพบว่า 63% ของนักท่องเที่ยวชาวจีนต้องการนำไปซื้ออาหารและขนม 62% ซื้อของขวัญและของฝาก 51% ซื้อเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย และ 49% ซื้อเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว

 

ภาพ 2: รูปแบบการใช้จ่ายของนักท่องเท่ียวชาวจีน

สินค้าท่ีได้รับความนิยมจากนักท่องเท่ียวชาวจีน

 

ของฝาก

การซื้อของฝากให้เพื่อนและครบครัวเมื่อไปท่องเที่ยวในต่างประเทศถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของชาวจีน นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมซื้อของขวัญของฝากในซุปเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ในห้างสรพพสินค้าเนื่องจากมีสินค้าให้เลือกหลากหลายมากกว่า ปัจจุบันสยามพารากอนมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาจับจ่ายใช้สอยในกูร์เม่ต์ มาร์เก็ต ซึ่งเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตของห้างเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เนื่องด้วยผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของไทยที่ผู้คนนิยมซื้อเป็นของฝาก โดยผลไม้อบแห้ง สาหร่ายอบแห้ง ครีมบำรุงผิว และผลิตภัณฑ์ด้านแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทยคือกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ

 

ภาพ 3: นักท่องเท่ียวชาวจีนเลือกซือ้สินค้าในกูร์เม่ต์ มาร์เก็ต สยามพารากอน

 

แฟชั่น

แบรนด์สินค้าแฟชั่นเป็นที่นิยมอย่างมากสพหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบรนด์ไทยที่มีชื่อเสียงในประเทศจีน เช่น นารายา แบรนด์กระเป๋างานฝีมือคนไทย สินค้าลักซ์ชัวรี่เป็นสินค้าอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวจีน นักท่องเที่ยวชาวจีนที่ซื้อสินค้าลักซ์ชัวรี่ในประเทศไทยสามารถขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ได้ส่งผลให้สินค้าลักซ์ชัวรี่นั้นมีราคาใกล้เคียงกับในประเทศอื่นที่เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่โด่งดังในแถบเอเชียเช่นฮ่องกงสิงคโปร์

 

เครื่องสำองค์

เครื่แงสำอางค์ของประเทศไทยเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมากเช่นกันบิวตี้บุฟเฟ่ต์แบรนด์เครื่องสำอางค์ชั้นนำของไทยเปิดเผยว่าการเติบโตที่ผ่านมาของบริษัทส่วนใหญ่เป็นผลมาจากความสนใจและผลตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนฮ่องกงและตะวันออกกลาง

 

อาหาร

อาหารไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังและดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก แม้ว่าปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวจีนจะแบ่งงบประมาณเพื่อใช้จ่ายสำหรับร้านอาหารเพียงแค่ 4% ของงบประมาณทั้งหมดในการท่องเที่ยวประเทศไทย  แต่ธรุกิจอาหารและเครื่องดื่มนับเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความพยายามของรัฐบาลในการประชาสัมพันธ์ให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหาร นอกจากนี้ในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ไม่ได้เดินทางเข้ามาพร้อมกับทัวร์มากขึ้น ซึ่งหมายถึงว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนที่จะเสาะหาอาหารท้องถิ่นด้วยตัวเองมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวเหล่านี้ไม่ต้องรับประทานอาหารตามสถานที่ที่ทางบริษัททัวร์จัดไว้ให้ บรรดาร้านอาหารต่างๆได้มีการตอบรับกระแสนี้ด้วยการทำเมนูอาหารภาษาจีน และจ้างพนักงานที่สามารถสื่อสารด้วยภาษาจีน เพื่อรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะ

 

เจ้าของพื้นที่ค้าปลีกตอบรับกระแสนี้อย่างไร

 

เจ้าของพื้นที่ค้าปลีกในไทยได้ใช้หลากหลายวิธีการในการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนให้เข้ามาจับจ่ายใช้สอย ทั้งนี้ หลายรายได้จัดสัดส่วนของประเภทสินค้าที่จัดจำหน่ายใหม่ บางรายมุ่งไปที่การเข้าถึงของนักท่องเที่ยวชาวจีนโดยมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์มากขึ้น เพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสาร รวมไปถึงการเพิ่มช่องทางการชำระเงินที่สะดวกสบายสำหรับลูกค้าชาวจีน ในขณะที่เจ้าของพื้นที่ค้าปลีกบางรายเลือกที่จะขายพื้นที่ค้าปลีกของตนเองโดยมีจุดประสงค์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวจีน และมีบางรายสร้างพื้นที่ค้าปลีกขึ้นมาใหม่เพื่อนักท่องเที่ยวชาวจีนโดยเฉพาะ

 

ปรับเปลี่ยนพื้นที่ค้าปลีกเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวจีน

 

คิง เพาเวอร์ ร้านขายสินค้าปลอดภาษีชั้นนำ ได้รับประโยชน์เป็นอย่างมากจากปริมาณนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เพิ่มขึ้น โดยบริษัทเปิดเผยว่า 80% ของรายได้รวมในปี 2559 ของบริษัทมาจากนักท่องเที่ยวชาวจีน และเชื่อว่าราว 60-70% ของนักท่องเที่ยวชาวจีนทั้งหมดที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยนั้นได้มีโอกาสไปซื้อสินค้าที่คิงเพาเวอร์นอกจากนี้คิงเพาเวอร์ได้ปรับปรุงพื้นที่ที่อยู่ในย่านใจกลางกรุงเทพฯเพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้ารวมถึงเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์สมุนไพรและแบรนด์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เพื่อตอบรับความต้องการของนักท่องเที่ยวจีนเป็นหลัก

 

อีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จ คือ สยาม เซอร์เพนทาเรียม (Siam Serpentarium) สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ใกล้ท่าอากศยานสุวรรณภูมิ สยาม เซอร์เพนทาเรียมเป็นพิพิธภัณฑ์งูที่มีการจัดแสดงนิทรรศการและการแสดงเกี่ยวกับงู มีพนักงานที่พูดภาษาจีนได้ รวมถึงการบรรยายการแสดงในภาษาจีน มีพื้นที่ร้านค้าขนาดใหญ่สำหรับจำหน่ายของฝากและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของประเทศไทย รวมถึงอาคารที่ใช้สำหรับผลิตและจำหน่ายยาที่มีส่วนผสมจากงู ซึ่งทำให้สยาม เซอร์เพนทาเรียมเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ชาวจีนนิยมแวะเข้ามาเยี่ยมชมก่อนเดินทางกลับประเทศ

 

ภาพ 4: การแสดงและร้านค้าในสยาม เซอร์เพนทาเรียม

ด้านผู้ค้าปลีกรายย่อยในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆ ได้มีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนของสินค้าที่จำหน่ายเช่น เซเว่น อีเลฟเว่นบางสาขาที่ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยว ได้จัดชั้นวางสินค้าสำหรับของฝากยอดนิยม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนโดยเฉพาะ

 

ทางเลือกในการชำระเงินที่สะดวกสบายและส่วนลดพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว

 

การนำระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ ได้ช่วยเพิ่มตวามสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นอย่างมาก ผลสำรวจล่าสุด พบว่า ปริมาณนักท่องเที่ยวชาวจีนที่นิยมใช้ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ของจีนเองนั้นมีมากขึ้นโดยเฉพาะ อาลีเพย์ และ วีแชท เพย์ ทั้งนี้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเพียง 10% เท่านั้นที่เลือกชำระด้วยเงินสดหรือยัตรเครดิต

 

กลุ่มเซ็นทรัล ผู้พัฒนาโครงการค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของไทย ได้ร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยในการทำงานร่วมกับ อาลีเพย์ ระบบชำระเงินออนไลน์ของจีน เพื่อให้ลูกค้าชาวจีนสามารถชำระเงินผ่านอาลีเพย์ได้โดยการใช้แอพพลิเคชั่นอาลีเพย์ในการสแกนคิวอาร์โค้ดที่ธนาคารกสิกรไทยสร้างขึ้นนอกจากนี้ กลุ่มเดอะมอลล์ ผู้พัฒนาโครงการค้าปลีกรายใหญ่อันดับสองของไทย ได้ประกาศเมื่อธันวาคม 2559 ว่าจำนะอาลีเพย์และยูเนี่ยนเพย์มาใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าชาวจีนโดยเฉพาะ

 

ในช่วงต้นปี 2560 กลุ่มเซ็นทรัลและกลุ่มเดอะมอลล์ได้เริ่มใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่เข้มข้นมากขึ้นโดยแจกบัตรส่วนลดพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวเพื่อใช้กับร้านอาหารและแบรนด์สินค้าต่างๆ ซึ่งอยู่นอกเหนือจากการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ทั้งนี้ เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยจับจ่ายใช้สอบเพิ่มมากขึ้น

 

บทสรุป

 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่าปริมาณนักท่องเที่ยวชาวจีนจะมีจำนวนถึง 9.5 ล้านคนในปี 2560 เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน ซึ่งหมายความว่าโอกาสในการสร้างรายได้ของผู้ที่อยู่ในแวดวงธุรกิจค้าปลีกนั้นยังมีอยู่มากจากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

แผนกวิจัยซีบีอาร์อี สังเกตเห็นว่าผลิตภัณฑ์และการบริการที่ได้รับประโชน์จากนักท่องเที่ยวชาวจีนนั้นมีลักษณะบางอย่างที่เหมือนกัน เช่น สื่อถึงวัฒนธรรมไทย มีคุณภาพที่ดีในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกถึงความคุ้มค่าของราคา รวมถึงผลิตภัณฑ์หรือการบริการที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความเป็นเนื้อแท้ทางวัฒนธรรมซึ่งหาได้ยากจากประเทศอื่น

 

แผนกวิจัยซีบีอาร์อี  เชื่อว่า ผู้ค้าปลีกและเจ้าของโครงการค้าปลีกนำเป็นต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยอิงจากผลที่ได้รับและพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวจีน เพื่อที่จะรองรับและส่งเสริมการเติบโตของตลาดค้าปลีกไทยอย่างยั่งยืน

 

ผู้ค้าปลีกควรที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนักท่องเที่ยวชาวจีน ด้วยการนำวิธีการต่างๆ ที่ได้นำเสนอในรายงานฉบับนี้ไปใช้ เช่น เพิ่มทางเลือกในการชำระเงิน หรือจ้างพนักงานที่สามารถสื่อสารภาษาจีนได้

 

ด้านเจ้าของพื้นที่ค้าปลีกควรทำให้มั่นใจว่าผู้เช่าพื้นที่และศูนย์การค้าสามารถรองรับลูกค้าชาวจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น มีสินค้าที่ตอบรับความต้องการของชาวจีน รวมถึงอาหารและกิจกรรมความบันเทิงที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นของไทย



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

ของมันต้องมี ! “คอนโดในอุดมคติ” ที่ดี … ควรมีอะไรบ้าง

การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในยุคที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงอย่างปัจจุบัน เรื่องของการดีไซน์ และฟังก์ชั่นใหม่ๆ ทั้งเลย์เอาท์ห้อง และพื้นที่ส่วนกลาง มักจะเป็นสิ่งแรกๆ ที่ดีเวลลอปเปอร์หยิบยกขึ้นม... อ่านต่อ




SCOOP ด่วน! รถไฟฟ้าสายสีเหลืองจะต่อจากรัชดาลาดพร้าวไปถึงตรงไหน จะเกิดอะไรขึ้นบ้างในอนาคต

เมื่อเวลา 9:00 น -12:00 น. ของวันที่ 8 กรกฎาคม 2561 ทางรฟม. (การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งปร... อ่านต่อ

ชื่อใหม่คล้ายของเดิม! กับ EYSE Sukhumvit 43 คอนโด Luxury แบบ Low Rise ของ Singha Estate ในซอยสุขุมวิท 43

คำว่า EYSE (อ่านว่า อีส) เป็นภาษาอังกฤษที่ใช้กันในยุคกลางของยุโรป มาจากคำว่า Ease ที่แป... อ่านต่อ

บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการออกแบบนวัตกรรมการอยู่อาศัย ที่มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตแห่งอนาคต เปิดตัวแคมเปญ ‘AP HAPPINESS’ พื้นที่ที่ดีที่สุด คือพื้นที่ที่เราแบ่งปันความสุขกับใครอีกคน เพื่อกระตุ้นให้คนเมืองหันกลับมาให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนภายในครอบครับ หรือบุคคลรอบข้าง (Human Interaction) พร้อมตอกย้ำพันธกิจหลักในการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่อาศัย ผ่านการออกแบบพื้นที่ที่เชื่อมทุกเรื่องราวชีวิตเข้าไว้ด้วยกัน โดยในครึ่งปีหลังนี้เอพีเตรียมส่งมอบความสุขทุกตารางนิ้ว ผ่านการเปิดตัวโครงการใหม่อีกจำนวน 35 โครงการ มูลค่า 54,380 ล้านบาท

คุณเสริมศักดิ์ ขวัญพ่วง (คนกลาง) ประธานเจ้าหน้าที่ สายงานการลงทุน บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์งานก่อสร้างโครงการ ซัมเมอร์เซ็ท รามา 9 แบงค็อก พร้อมด้วย คุณสมปอง วงศ์ไตรโพธิ์ (ซ้ายสุด) รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิศวภัทร์ จำกัด ผู้รับเหมาก่อสร้างหลัก ร่วมกับ คุณวิภาวี เปี่ยมศิลปกุลชร (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้ช่วยรองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการจัดการทรัพย์สิน บริษัท แอสคอทท์ อินเตอร์เนชั่นแนล แมนเนจเมนท์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อโครงการและผู้อยู่อาศัย โครงการ ซัมเมอร์เซ็ท รามา 9 แบงค็อก เป็นโครงการที่พักอาศัยในรูปแบบเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์ ภายใต้การร่วมทุนกับ ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด แบรนด์เซอร์วิส อพาร์ตเม้นท์ ที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงระดับโลก ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพสูงใจกลางย่านธุรกิจแห่งใหม่ หรือ New CBD บนถนนรัชดาภิเษก ที่จะทำให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่าย เพียง 100 เมตร จากรถไฟฟ้า MRT สถานีพระราม 9 อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อไปยัง Airport Rail Link สถานีมักกะสัน เพียง 1สถานี สามารถเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิได้อย่างสะดวกสบาย เพิ่มสุนทรียภาพในทุกการพักผ่อน ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โดยขณะนี้ได้เริ่มดำเนินงานก่อสร้าง และคาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จ ประมาณเดือน มกราคม 2563

นายดิฐวัฒน์ อิสสระ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ส่งแคมเปญการตลาดกระตุ้นยอดขายกลางปี “MIDYEAR SALE ลดทะลุ มิติ” กับ 4 โครงการคุณภาพ ทั้ง คอนโดมิเนียม และบ้านพักตากอากาศ ได้แก่ โครงการอิซซี่ คอนโด สุขสวัสดิ์ ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1.49 ล้านบาท โครงการทิวทะเลเอสเตท ที่นำคอนโดตากอากาศมาลดทั้ง โครงการ บลู (blu) ด้วยราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท โครงการบ้านทิวทะเล อความารีน ด้วยราคาเริ่มต้น 12.9 ล้านบาท และโครงการบ้านทิวทะเล บลูแซฟไฟร์ ด้วยราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมี โครงการบ้านพักตากอากาศอย่างบ้านสีตวัน ปากช่อง เขาใหญ่ เข้าร่วมแคมเปญนี้ ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 12 ล้านบาท พร้อมรับแพ็กเกจที่พักโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาททันที และโครงการดิอิสสระ เชียงใหม่ ด้วยราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท ให้กู้ได้ 100% พร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบชุด สำหรับแคมเปญ“MIDYEAR SALE ลดทะลุ มิติ” เริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 308 2020 หรือ www.charnissara.com/midyearsale, Facebook: Charn Issara, Instagram : charn_issara, Line@ : @charnissara