KRUSH-IT เท่ ดิบ ผ่อนคลาย บูติคฟิตเนส สไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์

Sudaporn 08 January, 2018 at 12.57 pm

ความร้อนแรงของเทรนด์สุขภาพในช่วง 5 ปี มานี้เรียกว่าแทรกตัวไปแทบทุกหัวระแหง ตั้งแต่ความนิยมของการปั่นจักรยานที่ส่งไม้ต่อมายังกลุ่มวิ่งมาราธอน กีฬาและการออกกำลังทั้งแบบที่มีมานานและกิจกรรมเกิดใหม่
โดยเทรนด์สุขภาพที่เกิดขึ้นนี้ก็ได้แตกกิ่งก้านสาขาไปสู่อาชีพและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน ไม่ว่าจะเป็น การบริการดูแลสุขภาพทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ อาหารคลีน เครื่องดื่มสกัดเย็น ผลิตภัณฑ์ออแกนิก และที่เห็นกันชัดๆ ก็คือเทรนด์ Athleisureที่ทำให้ความนิยมของไอเท่มสินค้ากีฬาหรือผลิตภัณฑ์แนวสปอร์ตขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

 

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการออกกำลังกายของผู้บริโภคนี้ยังนำไปสู่โอกาสขยายตัวของธุรกิจฟิตเนส
ที่แต่เดิมจะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ค่อนข้างน้อยด้วยข้อจำกัดของราคา ความจำเจของรูปแบบกิจกรรม และจำนวนสถานที่ที่เปิดให้บริการ แต่ปัจจุบันนี้ เราจะเห็นจำนวนฟิตเนสที่เพิ่มมากขึ้นตามความต้องการ ซึ่งทำให้แต่ละแห่งไม่เพียงแต่จะต้องออกแบบโปรแกรมฝึกให้ทันสมัย การสร้างกลยุทธ์ในการบริหารจัดการและนำเสนอรูปแบบการให้บริการที่ดึงดูดใจลูก ค้า เช่น การให้คำแนะนำในด้านการออกกำลังกาย สุขภาพ และโภชนาการ เท่านั้น สิ่งน่าสนใจอีกอย่างก็คือเราได้เห็นฟิตเนสคลับจำนวนไม่น้อยเริ่มดึงกลุ่มดีไซเนอร์และสถาปนิกมาช่วยการออกแบบพื้นที่ให้สวยงามน่าใช้บริการ เกิดประโยชน์สูงสุดที่สำคัญคือสื่อสารอัตลักษณ์ของแบรนด์ไปพร้อมๆ กันด้วย

สำหรับคนที่ชอบบรรยากาศดิบๆ อันเดอร์กราวน์ๆ KRUSHit น่าจะเป็นฟิตเนสที่คุณอยากลองไปสัมผัสดูสักครั้ง ฟิตเนสแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้า Nova Arcada ในเมืองเก่าแก่ของโปรตุเกสอย่าง บรากา เป็นผลงานออกแบบจากทีมสถาปนิกเจ้าบ้าน Estúdio AMATAM ที่ฉีกภาพลักษณ์แบบเดิมๆ ของสถานออกกำลังในโปรตุเกสแบบกระจุยกระจาย กับการนำเสนอ KRUSHit ผ่านรูปแบบบูทีคฟิตเนส ที่จำลองบรรยากาศของไนท์คลับฮิปๆ ในราคาที่ใครก็สามารถเอื้อมถึง


หลังจากได้โจทย์หินจากเจ้าของโครงการที่ต้องการสร้างฟิตเนสให้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ดูลึกลับ น่าค้นหา ซึ่งพร้อมดึงดูดผู้คนให้อยากเข้ามาใช้งาน แต่ต้องก่อสร้างด้วยงบประมาณที่น้อยที่สุกดเท่าที่จะทำได้ด้วย ทีมงานทั้ง 4 อันประกอบไปด้วย João Escaleira Amaral, Manuela Tamborino, Ruy Cardoso และ Vanessa Vieira จึงนำเสนอ KRUSHit ผ่านการตกแต่งแบบอินดัสเทรียล และใช้โทนสีเทา-ดำเป็นหลัก สเปซภายในเน้นการทำพื้นที่แบบเปิดโล่งเพื่อให้สามารถมองเห็นโครงสร้างวัสดุที่ใช้อย่างชัดเจน

 

พื้นที่ภายในแบ่งออกเป็น 6 โซนหลักๆ ได้แก่ เล้าจ์ส่วนต้อนรับที่ถูกตีโล่งแบบ double height สำหรับรับรองสมาชิกที่เข้ามาใช้บริการ พื้นที่ดังกล่าวมีจุดเด่นอยู่ที่การ contrast ผนังคอนกรีตเปลือยด้วยพื้นผิวกลอซซี่ของกระเบื้องสีดำและโซฟาหนังคลาสสิค อีกทั้งยังมีการติดตั้งหลอดไฟในแนวตั้งบนตะแกรงเหล็กฉีกเพื่อให้ผลในด้านแสงสว่าง ขณะเดียวกันก็สร้างลูกเล่นที่น่าสนใจให้กับบรรยากาศโดยรวมด้วย ถัดมาเป็นส่วนทางเดินยาวที่ขนาบด้วยห้องแต่งตัวของผู้ชายและผู้หญิงทางซ้ายมือ โดยสเปซตรงข้ามกันนั้นเป็นที่ตั้งของ Panic Room ที่รวมอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายหลากชนิดซึ่งมีการจัดวางอย่างเป็นระบบระเบียบ สำหรับส่วนสุดท้ายคือ Stress Room หรือห้องปั่นจักรยานที่ Estúdio AMATAM จำลองรูปแบบของอัฒจันทร์มาตั้งไว้ภายในห้องนี้ โดยติดตั้งจักรยานให้ลดหลั่นกันเป็นขั้นๆ เพื่อให้ผู้ฝึกมองเห็นครูผู้สอนและจอขนาดใหญ่ด้านล่าง โดยสิ่งน่าสนใจของสเปซส่วนนี้คือการใช้พื้นยางรีไซเคิลสำหรับกันลื่นและช่วยดูดซับเสียงขณะที่ห้องมีการใช้งาน รวมถึงใช้หลอดไฟ RGB LED ที่ให้แสงใน 3 โทนสี ได้แก่ แดง เขียว และน้ำเงิน ในการสร้างอารมณ์ร่วมและความรู้สึกที่เปลี่ยนไปตามจังหวะดนตรี

 

เมื่อดูภาพรวมของ KRUSHit แล้ว จุดแข็งอย่างแรกของที่นี่คือโปรแกรมการออกกำลังกายที่มีให้เลือกหลายแบบกับราคาเบาๆ ตั้งแต่ 5-20 ยูโร หรือราวๆ 200-800 บาท ต่อ 1 session ข้อถัดมาคือการที่ทีมออกแบบสามารถทลายข้อจำกัดและโจทย์ที่ได้รับมาคลี่คลายให้พื้นที่ขนาด 291 ตารางเมตร แตกต่างไปจากฟิตเนสที่มีอยู่เดิม ความฉลาดในการผสมผสานวัสดุก่อสร้างต่างชนิด ทั้งความดิบของคอนกรีตบล็อก ระแนงเหล็กฉีก ที่ทิ้งร่องรอยความไม่สมบูรณ์ของพื้นผิวกับวัสดุและองค์ประกอบอันหรูหรา อาทิ กระเบื้องผิวกลอซซี่ โซฟาหนัง ผนังกระจก หรือคอนกรีตขัดมัน ให้ดูไม่แปลกแยกจากกัน โดยใช้สีโทนดำและเทามาสร้างจุดร่วมให้แก่พื้นที่ทั้งหมด ตลอดจนดึงเอา graphic element อย่างรูปแบบอักษรและสัญลักษณ์มาใช้ในการระบุตำแหน่ง หน้าที่ใช้สอยของสเปซ และให้ผลในเรื่องความรู้สึก ซึ่งด้วยองค์ประกอบทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ ได้สร้างผลลัพธ์ทางบวกให้แก่ KRUSHit ในการเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำหรับผู้ที่รักการออกกำลังที่ทั้งสร้างสุขภาพที่ดี สนุก และไม่น่าเบื่อ

 

Credit

Architect: Estúdio AMATAM

Location: Nova Arcada Shopping Centre, Braga, Portugal

Area: 291 sqm

Completed Year: 2016

Photographs InvisibleGentleman

Website www.estudioamatam.com, www.krushit.pt



Sudaporn

Sudaporn

อิ๋งมีความสนใจด้านงานออกแบบ ศิลปะ และวัฒนธรรม จนมีโอกาสได้ทำงานเป็นกองบรรณาธิการให้นิตยสาร art4d ระหว่างปี 2004-2016 ปัจจุบันอิ๋งยังคงทำงานเขียนอย่างต่อเนื่องให้กับนิตยสาร องค์กร และแพลนฟอร์มออนไลน์ โดยโฟกัสไปที่งานดีไซน์ โครงการขับเคลื่อนสังคม อาหาร ท่องเที่ยว และสุขภาพ

เว็บไซต์

อยากอยู่คอนโดริมแม่น้ำทำไมต้องจ่ายแพง! เป็นเจ้าของ The Politan Aqua คอนโดสูงริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้ง่ายๆเพียง 1.45 ล้านบาท

The Politan Aqua ตั้งอยู่ในทำเลหายาก เพราะเป็นทำเลจุดตัดระหว่างสถานีรถไฟฟ้ากับแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นแม่น้ำใหญ่สายเดียวของเมือง รถไฟฟ้าอาจจะเพิ่มสายใหม่ได้ แต่แม่น้ำเพิ่มสายใหม่ไม่ได้ ดังนั้นความเป... อ่านต่อ




พาชมทำเล COOPER SIAM คอนโดขวัญใจวัยรุ่น บนย่าน Expansion Edubiz เดิน 10 นาทีถึงสยาม

ถ้าหากสำรวจความคิดเห็นของคนทั่วไปที่อยู่ในวัยเรียนมหาวิทยาลัยหรือวัยทำงาน ว่าคอนโดในฝัน... อ่านต่อ

ผ่ามุมมองธุรกิจอสังหาฯ 2018 กับหลายประเด็นทางการตลาดที่ควรต้องเก็บไปคิด

ในปีนี้อาจจะเร็วไปที่จะบอกว่า Digital Technology จะเป็นตัว Lead ในการพัฒนาโครงการ แต่ใน... อ่านต่อ

Real Estate Trend 2018 ปีนี้ผู้บริโภคในตลาดอสังหาฯ กำลังอยากได้อะไร

เศรษฐกิจช่วงมึนงงแห่งปี 2017 เพิ่งผ่านไป แต่ปี 2018 ก็ใช่ว่าจะหายจากอาการเดิมไปได้ทั้งห... อ่านต่อ

สิริ เวนเจอร์ส บริษัทร่วมทุนในรูปแบบ Corporate Venture Capital เพื่อทำการวิจัยและลงทุนด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอสังหาฯและการอยู่อาศัยอย่างครบวงจรเต็มรูปแบบเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล ภายใต้ความร่วมมือระหว่างบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เผยทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2018 พร้อมก้าวสำคัญในการผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ได้แก่ Plug and Play และ SOSA แพลตฟอร์ม พาร์ทเนอร์จากซิลิคอน วัลเล่ย์ สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล เตรียมเปิดมิติใหม่สำหรับการเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบรอบด้าน ผ่านการจัดสรรเงินลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาทในระยะเวลา 3 ปี เพื่อสร้างสรรค์และต่อยอดนวัตกรรมสำหรับการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตอย่างไร้รอยต่อในยุคดิจิทัล