เมืองไหนในจีนที่กำลังจะกลายเป็นแหล่งขุดทองสำหรับตลาดสินค้า Luxury แห่งต่อไป

เกริก บุณยโยธิน 18 December, 2017 at 10.47 am

เมืองเฉิงตูคือม้ามืดของประเทศจีน และกลายเป็นเมืองอันดับหนึ่งเทียบเท่า กวางโจว และเซิ่นเจิ้น ในบรรดาการดำเนินงานของเหล่าอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ทั้งหมด และกลายเป็นศูนย์กลางของแฟชั่นในส่วนภาคตะวันตกของประเทศจีน Photo: gyn9037/Shutterstock

 

ตลาดชั้นสูงของประเทศจีนได้รับการฟื้นฟูตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปีที่แล้วและเหล่าแบรนด์หรูหราต่างก็ต้องการที่จะแสดงการเติบโตของศักยภาพทางการตลาดที่จะใช้ประโยชน์จากการฟื้นตัวครั้งนี้ เมื่อเร็วๆนี้ได้มีการเผยแพร่รางานของนักวิจัยDeloitte จาก RET และ Nanyang Technological University เกี่ยวกับการศึกษาดัชนีความแรงของอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ในประเทศจีน ที่มีพื้นฐานมาจากดัชนีการค้าปลีก, ไลฟ์สไตล์, ห้างสรรพพสินค้า และกำลังการซื้อของผู้บริโภคในเชิงพาณิชย์โดยรวมในประเทศจีน นี้คือสิ่งที่ Jing Daily ได้จากรายงานดังกล่าว


กำลังการดึงดูดถึงการเข้าถึงแบรนด์หรู

 

ประเทศจีนกำลังจะกลายเป็นดั่งเหมืองทองคำที่ต่อไป สำหรับแบรนด์หรู จากการประกาศเกียรติคุณโดยที่ปรึกษา Bain&Co ถึงการอธิบายแบรนด์ต่างๆอย่างเช่น Coach, Kate Spade, and Michael Kors.

จากคลังปี 2016 Coach เปิดร้านใหม่ๆในจีนแผ่นดินใหญ่จำนวน 14 ร้าน ในปีเดียวกันนั้นยอดขายในมหานครจีนเติบโตขึ้นถึง 3% ของสกุลเงินดอลลาห์ และ 7% ของสกุลเงินหลัก จีนแผ่นดินใหญ่เป็นตัวผลักดันหลักในพลังการเติบโตดังกล่าว หักล้างความเฉื่อยชาในฮ่องกงและมาเก๊า สัญลักษณ์ความหรูหราในอิตาลีอย่าง Furla ได้มีการเปิดตัวร้านขายหลักจำนวน 9 แห่งและร้านสาขาจำนวน 4 แห่งในช่วงเวลาเดียวกัน

สิ่งที่ขับเคลื่อนการเติบโตในส่วนของหรูหราคือกลุ่มผู้บริโภคที่มีอายุน้อยและมีความั่งคั่ง การกำเนิดสิ่งใหม่ในกลุ่มชนชั้นกลางที่ยังมีอายุน้อย ที่ขณะนี้ทำการซื้อเพื่อเป็นรางวัลให้กับตัวเองมากกว่าที่จะให้เป็นของขวัญแก่ผู้อื่น อ้างอิงจากรายงาน

เมืองระดับ 1.5 ของจีน ที่ได้รับคำประกาศเกียรติคุณโดย Jones Lang LaSalle ที่กล่าวถึงความเจริญรุ่งเรืองของจุดรวมทางพาณิชย์ในประเทศจีนที่ยังไม่ทะลุเป้าในเรื่องการพัฒนาของเมืองต่างๆ อย่างเซี่ยงไฮ้และปักกิ่ง ที่ได้รับความสนใจมากขึ้นจากการเข้าถึงแบรนด์หรูหราต่างๆ

 

ความชัดเจนของการขยายตัวอย่างระมัดระวังของแบรนด์หรูต่างๆ

 

ตลาดหรูหราโดยรวมในประเทศจีนเริ่มที่จะมีการขยายตัวในครึ่งหลังของปี 2016 แบรนด์หรูที่แท้จริงต่างๆ สัญลักษณ์ของความ Hi-End ในแขนงเดียวกันกำลังมีการขยายตัวอย่างระมัดระวัง จากหลักฐานของความถี่ในการเปิดและปิดการดำเนินงานต่างๆ ที่ให้ผลลัพธ์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยของจำนวนร้านค้าในปีที่ผ่านมา

ในบรรดาเมืองอันดับต้นๆ ร้าน Louis Vuitton 1 ร้าน และร้าน Burberry 1 ร้าน ได้ปิดตัวลงในเซี่ยงไฮ้ อย่างไรก็ตามมีร้านค้าใหม่ๆรวมถึง Bottega Veneta, Gucci, Cartier และ Ferragamo ได้เปิดตัวขึ้นในกวางโจว

แบรนด์หรูหราต่างๆ มีการขยายเพิ่มมากขึ้นในเมืองระดับ 1.5 เมืองเซียะเหมิน, เมืองฉางซา, เมืองเฉิงตู, เมืองเจิ้งโจว, เมืองอู่ฮั่น และเมืองระดับ 1.5 อื่นๆ ต่างก็ร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดตัวร้านค้าหรูๆหลายแห่งในปีที่ผ่านมา

เซี่ยงไฮ้และปักกิ่งยังคงเป็นผู้นำอยู่

ทางที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละแบรนด์ที่จะเริ่มเปิดตัวในประเทศจีน ก็ยังคงต้องอาศัยเมืองเซี่ยงไฮ้และปักกิ่ง ที่ๆกำลังในการซื้อความแข็งแรง และตลาดโตเต็มที่ด้วยโครงสร้างความสมดุลที่ครอบคลุมทั้งสินค้าสุดหรูที่แท้จริง สินค้าสุดหรูที่สามารถเข้าถึงได้และสินค้าแบรนด์ระดับต่ำลงมา นั่นหมายความว่าแบรนด์ต่างๆในทุกระดับชั้นสามารถที่จะหากลุ่มประชากรเป้าหมายได้อย่างแน่นอน

เมืองทั้งสองเมืองมีการตั้งมาตรฐานสำหรับเมืองอื่นๆ และทำหน้าที่เป็นเหมือนสภาพอากาศที่แปรปรวน ที่จะคอยชี้นำทิศทางต่างๆ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมแฟชั่นและบันเทิงของประเทศจีน อย่างไรก็ตามสำหรับแบรนด์ใหม่ๆก็สามารถเริ่มต้นที่เซี่ยงไฮ้และปักกิ่งได้ ในการเดินทางไปพิชิตอาณาจักรส่วนกลางของประเทศ

 

เฉิงตูเป็นม้ามืดของประเทศจีน

ถึงแม้ว่ากำลังในการซื้อของเมืองเฉิงตูจะดูต่พกว่าเซี่ยงไฮ้, ปักกิ่ง, กวางโจว และ เซินเจิ้น แต่เมืองในภาคตะวันตกเฉียงใต้แห่งนี้ก็มีโครงสร้างความสมดุลในการบริโภคที่คล้ายกับปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ และกลายเป็นเมืองอันดับหนึ่งอย่างเช่น กวางโจวและเซินเจิ้น ในบรรดาการดำเนินงานของเหล่าอสังหาริมืรัพย์ทั้งหมด กลายเป็นศูนย์กลางของแฟชั่นในส่วนภาคตะวันตกของประเทศจีน

มีปัจจัยหลายๆอย่างที่ทำให้แบรนด์สุดหรูต่างๆสามารถชี้ให้เห็นถึงเมืองเฉิงตูในเรื่องของการพูดถึงการขยายตัวของตลาด เฉิงตูเป็นเมืองที่มีความสำคัญมากสำหรับภาคตะวันตกเฉียงใต้จองประเทศจีน มณฑลเสฉวนที่มีเฉิงตูเป็นเมืองหลวง และเป็นที่ๆมีฐานผู้บริโภคความหรูหราที่หนาแน่นมาก นอกจากจำนวนที่พักอาศัยที่มีราคาอย่างน้อย 10 ล้าน RMB (ประมาณ 1.5 ล้านเหรียญ) ในมณฑลดังกล่าว และเป็นสินทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ มีการเติบโตจาก 50,000 ถึง 100,000 ในปี 2016

 

เมืองอื่นๆในประเทศจีน ที่แบรนด์หรูต่างๆควรทำการสำรวจ

สำหรับเมือง หางโจว และ เมืองเสิ่นหยาง เป็นเมืองที่ถูกแนะนำโดยเหล่าแบรนด์หรูหราที่แท้จริงมากกว่าแบรนด์หรูทั่วไปที่สามารถเข้าถึงได้ ข้อมูลจาก Hangzhou Bureau of  Statistics แสดงยอด GDP ต่อคนในเมืองหางโจวอยู่ที่ 18,025$ และแตะสถิติการมีรายได้สูงของประเทศจากการจำกัดความของธนาคารโลก การที่เหล่าแบรนด์หรูต่างๆชอบเมืองเสิ่นหยาง คือการที่เมืองดังกล่าวยังคงเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าไม่กี่แห่งในภูมิภาคตะวันออกฉียงเหนือของประเทศ

ตลาดสินค้าหรูหราในเมืองเซินเจิ้นค่อนข้างอ่อนแอ เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากฮ่องกงมากนัก และผู้ที่อยู่อาศัยที่อยุ่ในเซินเจิ้นส่วนมากจะไปที่ฮ่องกงเพื่อช้อปปิ้งสินค้าหรูหรา

ในเมืองกวางโจว จะไม่ค่อยมีตลาดหรูหราที่สามารถเข้าถึงได้มากนัก เมื่อรวมกับอู่ฮั่นและหนิงปัว กวางโจวจึงกลายเป็นที่ๆเหล่าแบรนด์หรูสามารถเข้าถึงได้ไม่ค่อยมีตัวตนมากนัก แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิด กวางโจวเป็นเมืองที่มีความมั่งคั่งเมืองหนึ่ง เพียงแต่ไม่ใช้เมืองที่มีความต้องการในสินค้าหรูหรามากนัก เมืองนี้เป็นแหล่งผลิตเสื้อผ้า, รองเท้าและกระเป๋าขนาดใหญ่ ผู้พักอาศัยที่นี่ส่วนมากจะซื้อเสื้อผ้าที่คุณภาพดีพร้อมข้อเสนอที่ดีด้วยทำให้ความต้องการในแฟชั่นที่หรูหราตกต่ำลง

ตลาดสินค้าหรูแต่ราคไม่แพงในเมืองเทียนจินและเมืองซูโจวกำลังอยู่ในช่วงเจริญรุ่งเรืองขึ้น ด้วยการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแรง ด้วยฐานผู้บริโภคที่แข็งแรงอยู่ก่อนหน้านี้สำหรับสินค้าหรูที่สามารถเข้าถึงได้ ประชากรในเมืองทั้งสองเมืองอาจจะมีความต้องการมากยิ่งขึ้นในอนาคตสำหรับแบรนด์หรู่ที่มีราคาสูง

 

อู่ฮั่น เป็นเมืองที่น่าจับตามองเนื่องจากยังขาดการกระจายตัวของแบรนด์การค้าปลีกในภาคกลางของประเทศจีนอยู่ แบรนด์การค้าปลีกในภาคกลางของประเทศจีนมีจำนวนน้อยกว่าในภาคตะวันตกและตะวันออก อู่ฮั่นที่มีสถิติในการค้าปลีกสูงสุดในภาคกลาง เป็นเมืองที่มีศักยภาพที่ดีสำหรับการเจริญเติบโตของตลาดสินค้าหรูที่สามารถเข้าถึงได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะมีการเปิดแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่หลายแห่ง และการตลาดในอู่ฮั่นอาจจะมีการเพิ่มขึ้นในส่วนของความต้องการสำหรับแบรนด์หรูต่างๆ

 

ที่มา : https://jingdaily.com/commercial-real-estate-china-next-luxury-gold-mine/



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

อยากอยู่คอนโดริมแม่น้ำทำไมต้องจ่ายแพง! เป็นเจ้าของ The Politan Aqua คอนโดสูงริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้ง่ายๆเพียง 1.45 ล้านบาท

The Politan Aqua ตั้งอยู่ในทำเลหายาก เพราะเป็นทำเลจุดตัดระหว่างสถานีรถไฟฟ้ากับแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นแม่น้ำใหญ่สายเดียวของเมือง รถไฟฟ้าอาจจะเพิ่มสายใหม่ได้ แต่แม่น้ำเพิ่มสายใหม่ไม่ได้ ดังนั้นความเป... อ่านต่อ




พาชมทำเล COOPER SIAM คอนโดขวัญใจวัยรุ่น บนย่าน Expansion Edubiz เดิน 10 นาทีถึงสยาม

ถ้าหากสำรวจความคิดเห็นของคนทั่วไปที่อยู่ในวัยเรียนมหาวิทยาลัยหรือวัยทำงาน ว่าคอนโดในฝัน... อ่านต่อ

ผ่ามุมมองธุรกิจอสังหาฯ 2018 กับหลายประเด็นทางการตลาดที่ควรต้องเก็บไปคิด

ในปีนี้อาจจะเร็วไปที่จะบอกว่า Digital Technology จะเป็นตัว Lead ในการพัฒนาโครงการ แต่ใน... อ่านต่อ

Real Estate Trend 2018 ปีนี้ผู้บริโภคในตลาดอสังหาฯ กำลังอยากได้อะไร

เศรษฐกิจช่วงมึนงงแห่งปี 2017 เพิ่งผ่านไป แต่ปี 2018 ก็ใช่ว่าจะหายจากอาการเดิมไปได้ทั้งห... อ่านต่อ

สิริ เวนเจอร์ส บริษัทร่วมทุนในรูปแบบ Corporate Venture Capital เพื่อทำการวิจัยและลงทุนด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอสังหาฯและการอยู่อาศัยอย่างครบวงจรเต็มรูปแบบเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล ภายใต้ความร่วมมือระหว่างบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เผยทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2018 พร้อมก้าวสำคัญในการผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ได้แก่ Plug and Play และ SOSA แพลตฟอร์ม พาร์ทเนอร์จากซิลิคอน วัลเล่ย์ สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล เตรียมเปิดมิติใหม่สำหรับการเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบรอบด้าน ผ่านการจัดสรรเงินลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาทในระยะเวลา 3 ปี เพื่อสร้างสรรค์และต่อยอดนวัตกรรมสำหรับการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตอย่างไร้รอยต่อในยุคดิจิทัล