TODAY. TOGETHER. TOMORROW แคมเปญดีๆที่เชิญชวนทุกคนมาร่วมกันสร้างชีวิตเมืองที่ดีกว่ากับอนันดาฯ

ผ่านพ้นกันไปแล้วกับงาน Ananda Urban Pulse 2017 ซึ่งนับว่าเป็นงาน Showcase นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัย และขายคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่น่าจะมีจำนวนผู้เข้าชมงานมากที่สุด เท่าที่เคยจัดมาในสยาม พารากอน ไฮไลท์ของงานที่ก่อให้เกิดปรากฎการณ์ Talk of the Town ก็คือภาพของการต่อแถวกันเพื่อหย่อนบัตรในการจับสลากคอนโดสุดฮอตประจำปีอย่าง Ideo Q Victory ที่มีผู้โชคดีมีสิทธิ์ซื้อห้องได้เพียงแค่วันละ 10 รายเท่านั้น นับจากวันแรกที่มีคนมาประมาณ 500 คน จนถึงวันสุดท้ายที่ทำสถิติถึง 2,000 กว่าคน จนล้นไปถึงถนนหน้าห้าง ซึ่งไม่ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะมาต่อคิวเพื่อวัตถุประสงค์อะไรก็แล้วแต่ แต่ทุกคนก็ล้วนแล้วแต่มีเป้าหมายเพียงอย่างเดียว ก็คือขอเพียงแค่ลุ้นให้ตัวเอง ได้เป็นหนึ่งในสิบของแต่ละวันก็พอ

เครดิตภาพ: https://www.facebook.com/pg/ananda.pcl


แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของยอดขายในครั้งนี้ของอนันดาฯ อาจจะเป็นเพียงแค่หนึ่งในเป้าหมายที่ถูกคาดการณ์เอาไว้แล้ว ซึ่งหากใครที่มีโอกาสได้ไปร่วมงานในครั้งนี้ก็จะพบว่าอนันดาฯมีการจัดแสดงนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่เอาไว้หลายอย่าง ให้สมกับสโลแกนของงานในปีนี้ที่มีชื่อว่า “LIVE TOMORROW. TODAY” ไม่ว่าจะเป็นบูธจองคอนโดผ่านระบบออนไลน์ หรือการนำเอาเทคโนโลยี VR มาใช้โดยผู้ร่วมงานสามารถสัมผัสกับประสบการณ์แบบเสมือนจริง ดังไปเดินเล่นที่โครงการ UNIO H Tiwanon และ UNIO SUKHUMVIT 72 ได้

ทั้งหมดทั้งปวงเหล่านี้ล้วนแล้วแต่อยู่ภายใต้กรอบของ Branding Campaign ตัวใหม่ล่าสุดภายใต้ชื่อว่า #WECULTURE ช่วยกันสร้างวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของอนันดาฯ ในการเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาชีวิตของคนเมืองให้ดีขึ้นทั้งวันนี้ และในวันพรุ่งนี้ด้วยนวัตกรรมต่างๆ โดยมีแก่นสำคัญคือ อนาคตที่ดีกว่านั้นต้องเกิดจากการร่วมมือและช่วยกันสร้าง TODAY. TOGETHER. TOMORROW.

นับตั้งแต่ที่อนันดาฯเริ่มก้าวออกจากกรอบของแบรนด์ไอดีโอ จนเป็นที่รู้จักกันในหมู่คนทั่วไปว่าเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ชั้นนำของเมืองไทย ที่ตระหนักและเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง มีความท้าทายที่มุ่งมั่นในการพัฒนา Urban Living Solutions… แนวทางการสร้าง Corporate Branding ตลอดจนถึงการพัฒนา Product ของอนันดาฯ ก็ได้ Shift จากการสร้างสิ่งปลูกสร้างมีดีไซน์ที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้า กลายมาเป็นการพัฒนา Product ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการสร้างคุณภาพชีวิต ตลอดจนความเป็นอยู่ที่ดีกลับสู่ชีวิตคนเมือง ดังที่เราได้เห็นจากแคมเปญ #LIVEWITHPASSION ในปีที่แล้ว มาสู่แคมเปญ #WECULTURE ในปีนี้

หากเรามองไปยังแนวทางการสร้าง Branding Campaign ของดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ในเมืองไทยก็จะพบว่ามีทั้งความเหมือนและความแตกต่าง ขึ้นอยู่กับ Brand Idea ของแต่ละราย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็มักจะวนเวียนกันอยู่ 3-4 executions ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในสังคม คุณภาพการบริการ นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยในโลกอาศัย จนถึงความชาญฉลาดการจัดวางพื้นที่ใช้สอย…สำหรับผมแล้วบริษัทอสังหาฯที่ดีควรที่จะต้องมีบทบาทที่สำคัญ ในการร่วมพัฒนาเมือง สร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับสังคม โดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้อง exclusive เฉพาะกลุ่มบุคคลที่เป็นลูกค้าของแบรนด์นั้นๆเท่านั้น ที่ผ่านมาบทบาทในการพัฒนาสังคมเมืองของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอสังหาฯ มักจะมาในรูปแบบที่หลากหลาย องค์กรของภาครัฐอาจจะเป็นตัวจุดประกาย แต่ขาดเรื่องของงบประมาณ และกรอบเวลาในการพัฒนาให้เป็นรูปธรรม อย่างเช่น โครงการกรุงเทพฯ 250 โดย UDDC ร่วมกับกทม. ในขณะที่ภาคเอกชนส่วนใหญ่มักจะนิยมสร้างสิ่งปลูกสร้างที่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพื้นที่ด้อยค่าถูกทิ้งร้าง มาสู่การใช้สอยอย่างมีประสิทธิภาพได้

 

สำหรับอนันดาฯ แคมเปญ #WECULTURE น่าจะเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการกระตุ้นให้พวกเราทุกคนได้มีส่วนร่วมในการบอกเล่าปัญหาที่เราได้ประสบพบมาในสังคม จนนำมาซึ่งการร่วมมือกันในการระดมสมอง เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดให้กับสังคม โดยที่อนันดาฯจะทำหน้าที่เป็น Open platform ที่นำไอเดียจากเหล่านักคิดที่มีจุดมุ่งหมายแบบเดียวกัน มาพัฒนาให้เกิดเป็นโครงการขึ้นมาจริงได้ ซึ่งก็ไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจจะได้เห็นโครงการเพื่อส่วนรวมอีกนับร้อยโครงการเกิดขึ้นมาทั่วประเทศได้

แคมเปญ #WECULTURE ยังสะท้อนให้เห็นถึงต้นเหตุของความยุ่งเหยิงที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ว่ามาจากการที่หลายๆฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ได้มีการ Collaboration กันอย่างเหมาะสม ไม่ได้มีการมองถึง End Benefit ที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างถี่ถ้วน แต่กลับไปมองที่ End Result ของแต่ละหน่วยงาน จนนำมาซึ่งปัญหาคนเมืองหลากหลายรูปแบบที่สะสมและรอวันที่จะระเบิดออกมาในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของปัญหาด้านการจราจร, น้ำท่วม, เสาไฟฟ้าที่กีดขวางเส้นทางและทัศนียภาพ, ฟุตบาทเพื่อส่วนรวม จนไปถึงระบบการจัดการขยะที่ดูจะเป็นเรื่องที่เบสิคมากๆในสายตามหานครแห่งอื่นทั่วโลก…#WECULTURE จึงมีเป้าหมายหลักเพียงหนึ่งเดียวก็คือกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือกันของทุกคนเพราะกรุงเทพฯ และอนาคตของที่นี่เป็นของทุกคน ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง และก็ไม่สามารถทำได้สำเร็จเพียงคนเดียว

 

ในฐานะที่ตัวผมเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่อยากที่จะอดทนและจมปลักอยู่กับปัญหาของคนกรุงเทพฯ ก็เลยอยากที่จะแชร์ไอเดียบางอย่างสำหรับแคมเปญ #WECULTURE บ้างเช่นกัน ไอเดียการสร้างเมืองในอุดมคติของผมนั้น ควรจะมาจากองค์ประกอบหลักทั้ง 4 ส่วน นั้นคือ Collaboration, Co-Creation, Caregiver และ Customized ทั้งนี้คงจะเป็นการยากที่จะให้อนันดาฯมาสร้างเมืองทั้งเมืองจากหลายร้อยความคิด แต่สิ่งที่อนันดาฯน่าจะเริ่มได้ง่ายที่สุดคือการสร้างเมืองต้นแบบจากโครงการของอนันดาฯเอง จากหนึ่งโครงการเป็นสิบโครงการ เพื่อคนอื่นๆสามารถนำเอาหลักการไปใช้ในการต่อยอดพัฒนาโครงการให้เกิดขึ้นจริงๆได้ทั่วทั้งกรุงเทพฯ

 

ตลอดเวลาที่ผมทำงานในสายอสังหาฯ ผมมักจะคิดอยู่เสมอว่าทำไมโครงการบ้านและคอนโดเนี่ยจะต้องมีการแบ่งวัตถุประสงค์ในการซื้อเพียงแค่ 3 อย่างเท่านั้น ไม่อยู่เอง ก็ลงทุน หรือไม่ก็ส่งต่อให้คนอื่น แถมรูปแบบห้องก็ยังจำกัดเพียงแค่ห้องแบบสตูดิโอ 1 นอน – 3 นอนเท่านั้น…ทำไมเราถึงใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการจริงๆไม่ได้ ทำไมเราถึงถูกดีเวลลอปเปอร์จับยัดให้เข้ามาอยู่ในโครงการที่บางครั้งเรามองว่านี่ไม่ใช่โครงการที่เหมาะกับเราจริงๆ แต่เราไม่รู้จะไปซื้อที่ไหน…จนกลายเป็นว่าเราอยู่ในสังคมที่เราไม่ได้เป็นผู้เลือกแต่เป็นผู้ถูกเลือก ซึ่งมันล้วนแต่ผิดที่ผิดทางไปหมด

 

มันคงจะดีกว่ามาก ถ้าต่อไปนี้เราจะได้มีโอกาสเลือกอยู่ในโครงการที่เราเองมีส่วนในการสร้างขึ้นมา เป็นโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของเรา และคนที่จะมาอยู่ร่วมกันในสังคมเดียวกันได้มากที่สุด มีพื้นที่ส่วนกลางที่ทุกคนในโครงการต้องการทีจะมาใช้งานจริงๆ ไม่ได้เป็นแค่โครงการที่ถูกคิดและพัฒนาจากดีเวลลอปเปอร์เพียงฝ่ายเดียว…นั่นคือโครงการเมืองร่วมสร้าง “WECity” ไอเดียของเมืองร่วมสร้างนี้มาจากการที่ดีเวลลอปเปอร์เลือกที่จะพัฒนาโครงการจากความต้องการของผู้อยู่อาศัยจริงๆในแบบไม่เกิน 50 ครอบครัวต่อโครงการ ทุกโครงการเกิดจากการนำเอาความต้องการของทุกครอบครัวมาหาจุดสมดุลร่วมกัน ผ่านการ Collaboration จนนำมาซึ่งการทำ Co-Creation เพื่อสร้างบ้านทดลองอยู่ ให้เกิดเป็นพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น จำนวนที่จอดรถ ขนาดพื้นที่สวน ไปจนถึงจำนวนสมาชิกในครอบครัวทั้งผู้สูงอายุ เด็กเล็ก คนวัยทำงาน หรือว่าสัตว์เลี้ยง ปรับลดพื้นที่ส่วนกลางที่ไม่จำเป็นกับคนส่วนใหญ่ สร้างระบบบริหารจัดการส่วนกลางแบบใช้มากก็จ่ายมาก และหันไปสนใจกับสังคมรอบชุมชนของเรา ตามแนวคิด Caregiver ด้วยการแบ่งพื้นที่เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อชุมชนโดยรอบ ตลอดจนการจัดการระบบขยะ และน้ำเสีย และเริ่มการก่อสร้างโครงการในแบบ Customization เพื่อให้เป็นบ้านหนึ่งเดียวที่ตรงใจผู้อยู่อาศัย และถูกใจคนในชุมชนมากที่สุด…ถ้าผู้อยู่อาศัยอยู่แล้วมีความสุข ความสุขนั้นก็จะถูกส่งต่อไปสู่สังคมข้างเคียงอย่างไม่รู้จบนั่นเองครับ

 

สำหรับใครก็ตามที่มีไอเดียอยากที่จะแชร์ เพื่อสร้างอนาคตคนเมืองที่ดีขึ้น วันนี้อนันดาฯได้สร้าง Exhibition Booth ชั่วคราว Today Together Tomorrow #WECulture” ที่บริเวณ Fashion Gallery Avenue ชั้น 2 ของ Siam Center วันนี้ –  15 กรกฎาคม นี้ ใครมีไอเดียดีๆเด็ดๆ มีประโยชน์กับคนเมือง ก็ไปร่วมกันแชร์ได้เลย

หรือถ้าไม่อยากเดินห้างก็สามารถเข้าไปโพสออนไลน์ได้ที่ http://www.ananda.co.th/urbanlivingsolutions/weculture/

โดยอนันดาฯจะนำไอเดียที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองมากที่สุด มาทำให้เป็นจริงครับ

 

ANANDA DEVELOPMENT

TODAY.TOGETHER.TOMORROW.

#TodayTogetherTomorrow #WECulture



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

HEART sukhumvit 62/1 BANGCHAK station …พรีเมียมทาวน์โฮมแนวคิดใหม่ บนทำเลคอนโดมิเนียม ที่ให้คุณได้มากกว่าเป็นแค่ที่อยู่อาศัย

แนวคิดการออกแบบที่ทาง CHEWA HEART ตั้งใจจะให้เป็นทางเลือกใหม่ของตลาดที่อยู่อาศัย ไม่เคยมีใครทำมาก่อน คือการเพิ่มมุมมองนอกจากจะทำทาวน์โฮมบนทำเลคอนโด ต่อยอดเป็นทำ Private Penthouse Condominium ที่ได... อ่านต่อ




ICO การลงทุนแห่งอนาคตหรือ Money Games?

นาทีนี้ คำว่า ICO หรือ Initial Coin Offering คงเป็นที่รู้จักในวงกว้างไปเสียแล้วทั้งในทา... อ่านต่อ

เพราะคุณค่าของบ้าน คือ การสร้างสรรค์เอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร ในแคมเปญสุดล้ำค่า ‘It’s Worth Everything’ ที่พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด Luxury Home

ในการซื้อบ้านสักหนึ่งหลัง เรามีความคาดหวังอะไรบ้างในการซื้อบ้าน? บ้านที่อยู่แล้วมีความส... อ่านต่อ

PRUKSA บุก 5 แยกลาดพร้าว ….เตรียมเปิดคอนโด Hi-rise ระดับพรีเมียมวิวสวนเต็มๆตา

Pruksa ดีเวลลอปเปอร์อันดับ 1 ของไทยในด้านยอดขาย นอกจากจะประเดิมปี 2018 ด้วยการเปลี่ยน ... อ่านต่อ

บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ผู้นำแห่งวงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมือง ครองตำแหน่งผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า โชว์ศักยภาพประกาศความสำเร็จจากการดำเนินธุรกิจสูงสุด มีรายได้เพิ่มสูงขึ้น 6% จากปีก่อน ส่งผลให้รายได้เป็นสถิติสูงสุดกว่า 13,000 ล้านบาท พร้อมยอดขายเติบโตกว่า 34,900 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 39% จากปีก่อน จากการเปิดโครงการใหม่ ซึ่งทำให้มูลค่าโครงการใหม่สูงสุดเป็นสถิติกว่า 42,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105% จากปีก่อน นอกจากนี้ในปี 2560 บริษัทฯ เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เปิดตัวคอนโดมิเนียมสูงที่สุดในประเทศ ด้วยการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ 11 โครงการ มูลค่าโครงการกว่า 36,600 ล้านบาท พร้อมประกาศแผนธุรกิจปี 2561 ตั้งเป้ามียอดโอนเพิ่มขึ้น 152% เป็น 38,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ "4 in 4 Roadmap ระยะเวลาแห่งการเติบโตมากกว่า 4 เท่าใน 4 ปี" โดยบริษัทฯ คาดหวังว่ายอดโอนจะเติบโตเกินกว่า 400% จาก 15,100 ล้านบาท ในปี 2560 เป็น 70,000 ล้านบาท ในปี 2564