หลับตา เปิดหู และเปิดใจ เพื่อสัมผัสกับความงามของงานดีไซน์ และรายละเอียดของงานสถาปัตย์จากท่วงทำนองของเสียงดนตรี ที่งาน Noble | The Sound of Architecture

เกริก บุณยโยธิน 15 September, 2017 at 14.18 pm

“Tell me, I’ll forget. Show me, I’ll remember. Involve me, I’ll understand” คำพูดดังกล่าวผมเองก็ไม่แน่ใจว่ามีที่มาจากไหน บ้างก็ว่ามาจากภาษิตจีนโบราณที่ดัดแปลงมาจากคำพูดของขงจื้อ บ้างก็ว่าเป็นคำกล่าวของเบนจามิน แฟรงคลิน หนึ่งใน Founding Fathers ของชาวอเมริกัน แต่เหนือสิ่งอื่นใด คำพูดดังกล่าวได้กลายมาเป็นแก่นของศาสตร์แห่ง Cognitive Neuroscience (ประสาทวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการรับรู้) จนนำมาสู่ทฤษฎี Neuromarketing ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้าง Brand Sense ในทุกมิติสัมผัสทั้ง 5 เพื่อให้ลูกค้าเห็นถึง Value และซึมซับประสบการณ์ของแบรนด์นั้นๆได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม…ในยุคที่มนุษย์เราต้องทนเสพย์ข้อมูลข่าวสารผ่านทางสื่อ Social Media สารพัดชนิด ตั้งแต่ยามตื่นจนหลับ การสื่อสารในแบบเดิมๆอาจเป็นการยากที่จะทำให้ผู้รับสาร ได้รับข้อมูลตามที่ผู้ส่งสารอยากจะส่ง จนนำมาซึ่ง Desire และ Action ได้ สินค้าหลายๆอย่างก็มักจะมีรูปแบบการสื่อสารการตลาดที่ไม่ค่อยจะแตกต่างกันซักเท่าไหร่ ยิ่งเป็นสินค้าที่เน้นขายคุณลักษณะ (Attribute) เป็นหลัก ผู้บริโภคก็ยิ่งรู้สึกว่าซื้ออะไรไปมันก็เหมือนกัน แล้วองค์ประกอบอะไรที่จะช่วยให้แบรนด์นั้นๆมีความโดดเด่นที่สุดในสายตาลูกค้าเป้าหมาย?

 

เมื่อราวๆปี 2005 อันเป็นยุครุ่งเรืองของกระแสการสร้าง Emotional Branding นักสร้างแบรนด์ทั่วโลก ต่างก็หยิบยกเอาทฤษฎีของ Martin Lindstrom นักสร้างแบรนด์สัญชาติเดนมาร์ก ที่มาจากหนังสือ BRAND Sense ซึ่งฉายภาพให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างความผูกผันทางอารมณ์ (Emotional Engagement) ระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์ ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ สัมผัส (Touch) การลิ้มรส (Taste) กลิ่น (Smell) รูปลักษณ์ (Sight) และเสียง (Sound) ว่าแต่ละสัมผัสนั้นมันมีส่วนยังไงบ้างกับขั้นตอนการตัดสินใจซื้อสินค้า


หากเรากวาดสายตามองไปยังธุรกิจต่างๆที่อยู่รอบๆตัวเรา ก็จะพบว่าหลายๆครั้งผู้บริโภคไม่ได้จดจำคุณลักษณะของสินค้าจากการมองเห็นเพียงอย่างเดียว ยิ่งหากเป็นสินค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ไปตามเทรนด์แล้ว ผู้บริโภคยิ่งจำไม่ได้ว่านี่คือแบรนด์อะไร! ยิ่งในธุรกิจอสังหาฯรูปลักษณ์คือสิ่งที่เลียนแบบกันได้ง่ายที่สุด วันนี้หน้าตาตึกแบบนี้อาจเป็นของแบรนด์นี้ แต่ในอีก 1 ปีข้างหน้าคนก็อาจจดจำว่าดีไซน์แบบนี้เป็นของอีกแบรนด์หนึ่ง และอีกหลายๆแบรนด์ก็ได้…ในเรื่องความสำคัญของแต่ละสัมผัส Lindstrom ได้ฉายภาพให้คนเห็นว่าทุกวันนี้ผู้บริโภคได้รับข่าวสาร และซึมซับกับประสบการณ์ของแบรนด์จากการมองเห็น (Sight) เป็นส่วนใหญ่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว สัมผัสที่สร้าง Engagement ให้กับผู้บริโภคได้มากที่สุดก็คือ กลิ่น และเสียง ผลลัพธ์ก็คือเป็นเวลานับ 10 ปีแล้ว ที่ผู้บริโภคของแบรนด์ชั้นนำในต่างประเทศได้มีโอกาสที่จะสัมผัสกับประสบการณ์ของแบรนด์นั้นๆผ่านทาง การได้ยิน กลิ่น และการสัมผัส (แต่สำหรับแบรนด์ของกินยังไงก็ต้องเน้นการลิ้มรสเป็นหลักล่ะครับ)

 

ในต่างประเทศนั้น เราได้มีโอกาสเห็นแบรนด์ชั้นนำหลายแบรนด์ เลือกที่จะสร้างแบรนด์โดยการผสมผสานเอาสัมผัสทั้ง 5 อย่างเข้าไว้ด้วยกัน ด้วยเทคโนโลยีของการสื่อสารสมัยใหม่ ทำให้ผู้บริโภคสมัยนี้ได้สัมผัสกับ Brand Sense ในด้าน Sound และ Smell มากขึ้น จนทำให้ในหลายๆครั้งเราสามารถรู้ได้เลยว่านี่คือสินค้าอะไรโดยไม่ต้องดูโฆษณา แต่แค่ฟังแบบผ่านๆเท่านั้น การทำ Sound Logo เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่มีพบเห็นกันโดยทั่วไป

 

ตัวอย่าง Sound Logo ที่เป็น Signature ของ BMW

และอื่นๆอีกมากมาย ที่มักจะมีเสียงให้เราฟังก่อนที่จะเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์

 

เพราะโลกทุกวันนี้เต็มด้วยการแข่งขัน การให้ความสำคัญในการสร้าง Brand Sense จึงเป็นตัวช่วยให้ผู้บริโภครับรู้ถึงความแตกต่าง และเป็นการสร้าง Emotional appeal ที่ดี ตลอดจนทำให้แบรนด์ได้ก้าวข้ามผ่านจากคำว่า Trademarks ไปสู่ความเป็น Lovemarks ได้ในที่สุด…ธุรกิจที่มีความเป็น High Involvement สูงอย่างอสังหาฯก็เช่นกัน เพราะการซื้อบ้าน และคอนโด ไม่ได้เป็นเพียงแค่การซื้ออาคาร เพื่อเป็นที่พักพิงในแต่ละวัน แต่หมายถึงการเลือกชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการมากที่สุด ไม่ตามกระแส บางคนอาจเลือกจากทำเล บางคนอาจเลือกจากความใกล้แหล่งช้อปปิ้ง หรือที่ทำงาน แม้กระทั่งงานดีไซน์ และรายละเอียดของงานสถาปัตยกรรมก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เป็น Consumer Trigger สำคัญในการตัดสินใจซื้อ เพราะรายละเอียดและสไตล์การออกแบบคือสิ่งที่สะท้อนอัตลักษณ์ของผู้เลือกซื้อได้ดีที่สุด เสมือนแรงดึงดูดที่พร้อมจะจูงใจกลุ่มคนที่มองหารสนิยมแบบเดียวกันให้มาอยู่ที่เดียวกันได้

 

หากพูดถึงบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ที่มีบทบาทของความเป็น The Explorer “ผู้ค้นหา” มากที่สุด และยังคงรักษาไว้ซึ่ง Brand Idea ของตัวเองที่เน้นย้ำในเรื่องของการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนใคร และก้าวข้ามขีดจำกัดของความธรรมดาสามัญที่แบรนด์อื่นๆเค้านิยมทำกัน ตามสโลแกน “Be Different” โดยที่ไม่เคยหลุดจากแนวทางของตัวเองเลย ก็คงจะเป็นบริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาที่อยู่อาศัยบนทำเลกลางใจเมือง ที่มักจะใส่เอา DNA ของตัวเองลงไปในงานออกแบบสถาปัตยกรรมทุกโครงการ จนเกิดเป็น Signature Identity ที่ไม่ว่าใครต่อใคร ที่อยู่ในวงการอสังหาฯก็ต้องรู้ว่านี่คือคอนโดภายใต้แบรนด์ของโนเบิล เพียงแค่เห็นจากดีไซน์ภายนอก

เป็นเวลา 27 ปีมาแล้วที่โนเบิลพยายามนำเอาบริบทของคำว่า “be different, be noble” มาพัฒนาต่อยอดในทุกขั้นตอนการพัฒนาโครงการตั้งแต่แรกคิดและในทุกสิ่งที่ทำ เพื่อออกแบบการใช้ชีวิตที่ก้าวข้ามความธรรมดา และเหนือความคาดหมายของผู้อยู่อาศัย ผลลัพธ์ก็คือทุกๆโครงการ รวมถึงแคมเปญการตลาดทุกอย่างที่เป็นของโนเบิล มักจะมีความแตกต่าง ที่สร้างประสบการณ์อันเหนือความคาดหมายของใครหลายๆคน โดยสิ่งที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้มากที่สุดก็คือแนวทางการออกแบบงานสถาปัตยกรรมของโครงการต่างๆนั่นเอง เช่นเดียวกับอีเว้นท์ล่าสุดที่กำลังจะจัดขึ้นที่ชั้น 1 สยามพารากอน ในวันที่ 21-24 ก.ย.นี้ ภายใต้ชื่อ “Noble | The Sound of Architecture” แทนที่โนเบิลจะเน้น Hard Sale ลดแลกแจกแถม ปูพรมลงโฆษณาแบบระเบิดภูเขา เผากระท่อม แบบที่ทุกๆรายทำกัน แต่โนเบิลฯกลับเลือกที่จะ “be different, be noble” ด้วยคอนเซปท์งานสุดอาร์ต ที่พร้อมเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมฟังเสียงของงานสถาปัตยกรรมกัน

ดังเช่นที่ผมได้กล่าวไปในตอนต้นว่าคอนเซปท์ของ Brand Sense นั้นมีความสำคัญมากในการต่อยอดศาสตร์ Neuromarketing อันจะนำมาซึ่งความเข้าใจในจิตใต้สำนึกของผู้บริโภคที่ทั้งชอบและเกลียดแบรนด์เราในยุคที่แม้แต่เราเองก็ดูจะสับสนมึนงงกับ Content ต่างๆนานาที่เข้ามามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า…และโนเบิลเองก็ดูจะตีโจทย์ ปลดล็อคในประเด็นนี้ได้ตรงจุดที่สุด… ประการแรก การฟังเสียงดนตรีที่ถูกถอดรหัสมาจากงานดีไซน์ของแต่ละโครงการคือสิ่งที่ไม่มีดีเวลลอปเปอร์รายไหนเคยทำมาก่อน เพราะตั้งแต่ผมเกิดมางานขายคอนโดส่วนใหญ่ทุ่มเทเกือบ 100% ไปที่มิติสัมผัสในด้าน Sight เป็น Priority หลัก รองลงมาก็อาจจะเป็นในส่วนของการสัมผัส ในทางกลับกันการนำเอาเสียงมาสร้าง Perception ของงานสถาปัตยกรรมที่เป็น Signature Identity ของโนเบิล เป็นสิ่งที่ผมมองว่าน่าจะสร้างประสบการณ์ร่วม และให้ผู้รับฟังได้รับรู้ถึงความแตกต่าง ตลอดจนความประณีตบรรจงของงานดีไซน์ที่เรียงร้อยมาเป็นจังหวะดนตรีได้อย่างละเมียดละไม

ประการที่สองนี่คือแคมเปญที่สะท้อนปรัชญาของความเป็น “be different, be noble” และน่าจะถูกใจสาวกชาว Noble ID ที่ชื่นชอบการเสพย์งานศิลปะ ตลอดจนงานออกแบบ ให้มองหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ที่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นสู่การค้นพบไอเดียนอกกรอบได้ไม่รู้จบ ได้เป็นอย่างดี แถมยังได้ใจกลุ่มลูกค้าที่มองหาที่อยู่อาศัยเพื่ออยู่เองจริงๆ เพราะไม่ต้องไปแย่งชิงกับเหล่าบรรดานัก Flipper ที่เป็นขาประจำคอยต่อคิวอยู่ตามงานจองคอนโดทั่วไป

ในงาน Noble | The Sound of Architecture เราจะได้ฟังเสียงของงานสถาปัตยกรรมจากทั้ง 5 โครงการ Flagship ของโนเบิล ได้แก่ Noble Ploenchit, Noble Around Sukhumvit 33, Noble BE19, Noble BE33 และ Noble Gable Kanso Watcharapol

นอกจากผู้ร่วมงานจะได้เห็นถึงความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่เป็น Signature Identity ที่ตอบโจทย์ในแง่ Aesthetic และ Functions ของโนเบิลแล้ว ยังสามารถสัมผัส และเข้าใจได้ด้วยการฟัง โดยการลองนำสถาปัตยกรรมมาสร้างเป็นสิ่งใหม่ ในรูปแบบของ “เสียง” ด้วยการ Decode งานโครงสร้างสถาปัตย์ รายละเอียดของงานออกแบบตกแต่งภายใน สิ่งแวดล้อมรอบข้างโครงการที่เกิดขึ้นเป็นวัฒนธรรมของย่านนั้นๆ ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพกราฟิค และจึงผสมผสานออกมาเป็นท่วงทำนอง ที่มีเอกลักษณ์ในแต่ละโครงการ เพื่อให้คุณรับรู้ถึงความแตกต่างที่ตั้งใจใส่ไว้ในทุกๆรายละเอียด

ในแคมเปญนี้ทางโนเบิล ได้คุณ “ตั้ม โมโนโทน” ผู้ที่หลงใหลและเข้าใจลึกซึ้งในเรื่องของเสียง ให้เกียรติเป็น Sound Designer หรือผู้ที่มิกซ์เสียงสถาปัตยกรรมของโนเบิล ทั้ง 5 โครงการให้ออกมาเป็นเพลง  โดยเล่าเป็นจังหวะเพลงที่แตกต่างกัน จะเห็นต้นกำเนิดของ “เสียง” หรือ เมโลดี้บางอย่างในเพลง ประกอบกับเห็นจังหวะในเพลงนั้นว่ามาจากสถาปัตยกรรมส่วนใดของโครงการ  ที่สื่อถึงเอกลักษณ์และความแตกต่างของแต่ละโครงการ

 

ตัวอย่างการ Decode งานสถาปัตย์ของโครงการ Noble Ploenchit ออกมาเป็นงานกราฟิค และถ่ายทอดออกมาเป็นท่วงทำนองโดยเครื่องอ่านดนตรีที่สั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษ โดยเสียงทีได้จะอิงมาจากวัสดุต่างๆ เช่น เหล็ก กระจก หรือไม้ จังหวะของเพลงจะเกิดขึ้นจาก Pattern ของ Façade

ก่อนที่จะไปฟังเสียงท่วงทำนองของอาคารกันในงาน เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่าแต่ละโครงการที่โนเบิลนำมาแสดงนั้น มีจังหวะของเพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอะไรกันดีกว่าครับ เริ่มจาก Noble Ploenchit

 

Noble Ploenchit: Pride.The Architecture of Future Living. Center of Everything

 

คอนโดบนทำเล Super Prime เน้นความเรียบง่ายแต่ใส่ใจในรายละเอียด ที่แสดงถึงสัจจะตามปรัชญาการออกแบบแนวโมเดิร์นนิสต์ จังหวะของเพลงถูกถอดออกมาจากเส้นสายที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมาของสถาปัตยกรรม รายละเอียดที่แอบซ่อนอยู่ สัดส่วนที่ลงตัว สร้างแสงและเงาที่เพิ่มมิติให้กับอาคาร เช่นเดียวกับการเลือกใช้วัสดุและเทคโนโลยีการก่อสร้าง ที่ออกแบบให้ คอนกรีต เหล็กและกระจกในเพลงมีเสียงที่ให้ความรู้สึกถึงวัสดุต่างๆ แสดงออกถึงความต่างที่กลมกลืนกับบริบทโดยรอบ ความรู้สึกโอ่โถงของสถาปัตยกรรม และที่ตั้งของ โนเบิล เพลินจิต เปรียบดั่ง Center of The Universe หนึ่งในตัวแทนของสถาปัตยกรรมยุคศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริง

 

Noble Around Sukhumvit 33: HIGH CONTRAST LIFESTYLE . MODERN VINTAGE FOREST ON THE HILL

 

ด้วยคอนเซปท์พื้นที่สีเขียวที่แทรกตัวอยู่ในหลายส่วนของพื้นที่อาคารตามสโลแกน FOREST ON THE HILL สวนไล่ระดับถอดแบบจากภูเขาใหญ่ และการใช้ประโยชน์จากความขัดแย้งของวัสดุและเฉดสี ท่วงทำนองของดนตรี จะแสดงออกถึงความน่าตื่นเต้นของย่านพร้อมพงษ์ที่เป็นศูนย์รวมของ lifestyle ที่ฉูดฉาดแบบ Mix-cultures, Cutting edge design และความนำสมัยของย่าน Shopping district ระดับโลก ตัดสลับกับจังหวะของเพลงที่แสดงถึงความสงบร่มเย็น และผ่อนคลายของสวนสาธารณะขนาดใหญ่ จังหวะชีวิตช้าๆและเสน่ห์ของการใช้ชีวิตวิถีดั้งเดิมแบบผู้ดีของคนพร้อมพงษ์ที่อาศัยอยู่บนสุขุมวิทมาตั้งแต่รุ่นเก่ารุ่นก่อน สิ่งเหล่านี้คือ High contrast ที่ลงตัวในของพร้อมพงษ์เช่นเดียวกับ Noble Around Sukhumvit 33 ที่เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของ Bold Design & Nature

 

Noble BE19: LIVING SEAMLESSLY. A HUB OF BANGKOK CONNECTION. TRULY URBAN LIFESTYLE

 

การดำเนินไปของเพลงที่ลื่นไหล และเต็มไปด้วยจังหวะของการเดินทาง แสดงออกถึงความเป็น “อโศก” ที่อยู่ในย่านที่เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหว เสียงจังหวะที่คล้ายกับรถไฟ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศูนย์กลางการเชื่อมต่อใจกลางกรุงเทพมหานคร BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท สู่ทุกการเดินทาง และสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ให้ความรู้สึกถึงความเป็นไปได้อย่างไร้ขีดจำกัดของชีวิต ณ ใจกลางเมือง ที่พร้อมไปด้วยทุกสิ่ง เชื่อมโยงทุกรอยต่อของชีวิต เพื่อชีวิตไม่สะดุดทุกจังหวะความสุข

 

Noble BE33: MULTICULTURAL NEIGHBORHOOD . PHROM PHONG LIFESTYLE . A LIFE RICHER IN IDENTITY

 

เพลงแสดงออกถึงความเป็น multicultural neighborhood ที่ซึ่งเป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรมอันหลากหลาย ความทันสมัยของชีวิตคนเมืองอย่างแท้จริง ความเฟื่องฟูของ world-class shopping district ที่มีพร้อมทุกสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย รวมถึงความหรูหรา ความเป็นตัวของตัวเอง และเอกลักษณ์ของดีไซน์ ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นใจกลางสุขุมวิท

 

Noble Gable Kanso Watcharapol: JAPANESE LIVING. ZEN SERENITY. NATURAL SIMPLICITY

 

แบรนด์บ้านเดี่ยวจิตวิญญาณญี่ปุ่น เพียงโครงการเดียวที่มาให้ผู้ร่วมงานได้ฟังเพื่อรับรู้ถึงสุนทรียภาพแห่งการชีวิตตามสไตล์ญี่ปุ่น ในเพลงของ Noble Gable Kanso Watcharapol จะสัมผัสได้ถึง การคิดอย่างเซน อยู่อย่างเซน และนิยามของคาว่า “คันโซ” (簡素) ที่หมายถึงความเรียบง่าย ปรายจากความยุ่งเหยิง แรงบันดาลใจในการออกแบบบ้านที่สะท้อนนิยามการใช้ชีวิตแบบเซนที่เรียบง่าย มีเสียงของไม้ที่เป็น material หลักภายในบ้าน และความสงบของการรักษาสมดุลและเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

 

นอกจากที่ผู้ร่วมงานทุกคนจะได้สัมผัส และจินตนาการถึงรายละเอียดของงานออกแบบผ่านทางเสียงแล้ว ภายในงานยังมีโปรโมชั่นพิเศษมอบให้กับลูกค้าที่มองหาคอนโดฯ และบ้านทั้ง 5 โครงการที่ร่วมรายการสูงสุดกว่า 3 ล้านบาท* คือ

 

โครงการ โนเบิล เพลินจิต คอนโดมิเนียม FULLY FURNISHED พร้อมอยู่ติด BTS เพลินจิต ที่ตอบรับรูปแบบการใช้ชีวิตคนเมืองด้วยสถาปัตยกรรมแนวมินิมอลลิสต์ (Minimalist) อันเป็นเอกลักษณ์ในสไตล์โนเบิล พร้อม Private Lift ทุกยูนิตและ Facility ระดับพรีเมี่ยม พร้อมข้อเสนอพิเศษสูงสุด 3 ล้านบาท

โครงการ โนเบิล อราวน์ สุขุมวิท 33 คอนโดมิเนียมใหม่ FULLY-FITTED ใกล้ BTS พร้อมพงษ์ และ ดิ เอ็ม ดิสทริค เวิลด์คลาส ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ พร้อมข้อเสนอพิเศษสูงสุด 820,000 บาท

โครงการ โนเบิล บี ไนน์ทีน คอนโดมิเนียม FULLY-FITTED คอนโดในสไตล์เฉพาะตัว ใกล้ BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท พร้อมข้อเสนอพิเศษสูงสุด 1.7 ล้านบาท

โครงการ โนเบิล บีเทอร์ตี้ทรี คอนโดมิเนียม FULLY FURNISHED แต่งครบ 3 แบบ 3 สไตล์ ใจกลางถนนสุขุมวิท 33 พร้อมข้อเสนอพิเศษสูงสุด 1.8 ล้านบาท

โครงการ โนเบิล เกเบิล คันโซ วัชรพล บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดสไตล์ Japanese Living บ้านที่ให้ชีวิตสุนทรีย์สไตล์ญี่ปุ่น เพื่อทุกรูปแบบการใช้ชีวิตบนทำเลวัชรพล พร้อมข้อเสนอพิเศษสูงสุด 2.7 ล้านบาท

 

หากคุณเป็นคนที่ยึดมั่นในคอนเซปท์ “I’m Different” และเบื่อหน่ายความซ้ำซากของงานอีเว้นท์อสังหาฯในแบบเดิมๆ มองหาแบรนด์คุณภาพที่พร้อมก้าวข้ามคำว่า Trademarks ไปสู่ความเป็น Lovemarks ที่พร้อมมอบไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่หลุดจากกรอบเดิมๆ ขอเชิญพบกับการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนใคร และก้าวข้ามความธรรมดาในแบบ “be different, be noble” ได้ที่งาน Noble | The Sound of Architecture 21-24 กย.นี้ ที่ชั้น 1 สยามพารากอน พิเศษสุด! สำหรับลูกค้าที่จองซื้อภายในงาน รับข้อเสนอพิเศษสูงสุดกว่า 3 ล้านบาท* ประกอบด้วย THE ICONIC DESIGN SOUND COLLECTION จาก BANG & OLUFSEN,  ส่วนลดพิเศษในวันโอน พร้อมรับหูฟังไร้สายรุ่น BEOPLAY H9* สำหรับลูกค้าลงทะเบียนออนไลน์ ที่ https://goo.gl/TV1CHP

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

 

โดยทั้ง 5 โครงการที่นำมาจัดแคมเปญในครั้งนี้มีขนาดห้องชุดให้เลือกตั้งแต่แบบ 1 ห้องนอน, 2 ห้องนอน และเพนท์เฮ้าส์สำหรับโครงการคอนโดฯบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดสำหรับโครงการแนบราบ

 

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและขอเยี่ยมชมห้องตัวอย่างได้ที่ สำนักงานขายโครงการ ทั้ง 5 โครงการ โทร.02-251-9955 หรือ www.noblehome.com



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)…จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

เตรียมนับถอยหลังสู่ขีดสุดของความเจริญที่ย่านปุณณวิถี กับการเปิดบ้านชมห้องจริง วิวจริงครั้งแรก ที่ Whizdom Connect Sukhumvit วันที่ 16-17 ธ.ค. นี้

ย่านสุขุมวิทตอนปลาย หลายคนต่างรู้ดีว่าอยู่ในโซนไหนของกรุงเทพมหานคร ถ้าพูดถึงแถวนั้นแล้ว คนที่อาศัยอยู่ในย่านใจกลางเมืองหรือส่วนเขตอื่นๆ ก็จะคิดว่าไกลและออกนอกกรุงเทพฯ ไปแถวบางพลี หรือสมุทรปราการที่... อ่านต่อ




CHALERMNIT ART DE MAISON ….THE NOVEL PERSPECTIVES OF LUXURIOUS JAPANESE-INSPIRED RESIDENCE ON SUKHUMVIT 53 BY AREEYA PROPERTY

“โลกถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาจากมุมมองของเราทั้งหมด แต่การมองด้วยตาอาจไม่พอที่จะทำให้เราเห็นถ... อ่านต่อ

พระเอกต้องมาคนสุดท้าย !!!! วันที่ 21 พย.นี้เตรียมจองรอบออนไลน์ กับ Ideo Mobi Rama 4 คอนโดสุด hot ส่งท้ายปีของอนันดา

ในที่สุดเค้าก็มา !!!! กับคอนโด 0 เมตรจาก Mrt คลองเตย ติดถนนพระราม 4 ถนนแห่งอนาคตที่มี l... อ่านต่อ

ห้ามพลาด 21 พย.นี้ จองออนไลน์ก่อนคุ้มกว่าพร้อมรับส่วนลดสูงสุดถึง 150,000 บาท* กับโครงการ Elio Del Moss พหลโยธิน 34 แต่งครบเริ่ม 1.59 ล้าน*

วันที่ 21 พย.ที่จะถึงนี้น่าจะเป็นการจองยูนิตคอนโดออนไลน์ รอบสุดท้ายและรอบสำคัญประจำปี 2... อ่านต่อ

แสนสิริ สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการอสังหาริมทรัพย์ไทยและระดับสากล ผ่านโครงการ98 Wireless แฟล็กชิพคอนโดมิเนียมที่ดีที่สุดในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากกลุ่มลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติที่เห็นถึงความเป็นมาสเตอร์พีซของโครงการ จึงทำยอดขายได้แล้วเกือบ 80% คิดเป็นมูลค่า 6,750 ล้านบาท ภายหลังการเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการเพียงไม่ถึงหนึ่งปี โดยได้รับการตอบรับทั้งจากลูกค้าไทยและต่างชาติ ตอกย้ำความโดดเด่นและศักยภาพการเติบโตตลาดระดับลักซ์ชัวรี่ไทย ด้วยราคาที่เพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง โดยราคาสูงสุดที่ปิดการขายได้ ณ ปัจจุบันคือกว่า 800,000 บาท/ตารางเมตร พร้อมกันนี้ด้วยการตอบรับที่ดีมากจากการรังสรรค์ห้องแต่งซึ่งตอบโจทย์ตามความต้องการลูกค้า แสนสิริจึงเผยโฉมห้องแต่งใหม่ล่าสุด 3 สไตล์ที่ออกแบบและรังสรรค์เป็นพิเศษ ซึ่งมั่นใจว่าจะตอบโจทย์ และสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าเพิ่มเติมได้อย่างแน่นอน

นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมกับผู้บริหาร นำเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายพร้อมกับเงินสมทบที่ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัทคู่ค้า ผู้รับเหมา และสถาบันการเงิน ร่วมกับผู้บริหารและพนักงาน จากกิจกรรมแข่งขันกอล์ฟการกุศล ครั้งที่ 10 ประจำปี 2560 มอบแด่ 2 มูลนิธิ คือ มูลนิธิโรคมะเร็ง โรงพยาบาลศิริราช จำนวน 1,000,000 บาท รับมอบโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ไพรัช เทพมงคล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิโรคมะเร็ง รพ.ศิริราช และ มูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ จำนวน 800,000 บาท รับมอบโดย นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติและคุณศศชล วัชโรบล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อสมทบทุนช่วยเหลือค่ายา ค่ารักษาส่วนเกินสิทธิแก่ผู้ป่วยโรคมะเร็งยากไร้ และเพื่อสนับสนุนกิจการเกี่ยวกับการรักษาการศึกษา วิจัยโรคมะเร็ง เมื่อเร็วๆนี้