10 มุมมองของลูกค้าต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ในการขายบ้าน / คอนโด เราต้องคำนึงถึงมุมมองของลูกค้าเป็นสำคัญเรามักจะให้ความสำคัญของโครงการ ป้าย และ เอกสาร แผ่นพับ ในการนำเสนอขายลูกค้า แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญยิ่งก็คือการบริการลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นบุคลิก การการแต่งกาย ของเจ้าหน้าที่ คำพูดมารยาท ความรู้ของเจ้าหน้าที่ วิธีการ ขั้นตอน กระบวนการขายต่างๆ

หากมองในมุมของลูกค้าที่มีต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นลูกค้าเขามองอะไรบ้าง เรามาดูกัน

1. ลูกค้าเขามองเรื่องทำเลที่ตั้ง ในการอยู่อาศัยปัจจัยเริมแรกก็คือ ทำเล ที่ตั้ง มองเป็นภาพใหญ่ๆ ก็คือ มองเป็นย่านๆ เช่น ย่าน CBD (Central Business District) หมายถึง ย่านใจกลางเมืองเป็นแหล่ง เศรษฐกิจ ธุรกิจ เช่น ถนนสีลม สาทร ชิดลม เพลินจิต และสุขุมวิทช่วงต้นๆ หรือย่านรังสิต ย่าน สมุทรปราการ นนทบุรี หรือ ต่างเมืองในจังหวัดใหญ่ๆ เป็นต้น เมื่อลูกค้าทราบว่าตนเองต้องการ อาศัยในย่านใดก็เริ่มมามองปัจจัยอื่นๆบ้าง

2. ลูกค้ามองเรื่องชื่อเสียงของบริษัทที่พัฒนาอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ ว่ามีความน่าเชื่อถือมากน้อย เพียงใดไว้ใจได้แค่ไหน ปัจจัยนี้จะเป็นข้อเปรียบเทียบของบริษัทใหญ่ทีจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ เหมาะสร้างความน่าเชื่อถือให้ลูกค้าได้มาก

3. ลูกค้ามองเรื่องขนาดพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นขนาดห้อง ขนาดตัวบ้าน ขนาดบริเวณพื้นที่บาน ขนาดของ พื้นที่ส่วนกลาง ที่จอดรถว่ามีขนาดเหมาะสมกับความต้องการของตนเอง รวมทั้งค่าใช้จ่ายในบ้าน / คอนโดนั้นก็แปรผันไปตามกันกับขนาดด้วย

 


4. ลูกค้ามองเรื่องรูปแบบความเป็นอยู่ในโครงการพร้อมสังคมภายในโครงการ ว่าชีวิตความเป็นอยู่ ( Life Style) ของเขาจะเข้าได้กับโครงการที่กำหนดขึ้นมาไหม

5. ลุกค้ามองเรื่องการเดินทาง เขาจะพิจารณาว่าในการเดินทางส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวันของเขา จะต้องใช้รูปแบบการเดินทางประจำๆเป็นแบบนี้เขาจะสามารถอยู่อาศัยได้เหมาะสมไหม

6. ลูกค้ามองเรื่องราคา เขาจะชั่งน้ำหนักดูว่าสิ่งที่เขาได้รับในด้านต่างๆ เปรียบเทียบกันหลายๆบริษัท ว่าค่าใช้จ่ายที่เขาจะใช้จ่ายให้เหมาะสมคือ โครงการใด รูปแบบบ้าน / ห้อง เป็นลักษณะใด

7. ลูกค้ามองเรื่องบรรยากาศโดยรอบโครงการ ความสวยงามของบ้าน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น สนามหญ้า Club House ระบบรักษาความปลอดภัย Fitness ห้องเซาว์น่า สระว่ายน้ำ ความ สวยงามอื่นๆ จนทำให้ลูกค้าขับรถมาชมโครงการ แล้ววางเงินจองทันที ปัจจัยนี้เกือบทุกโครงการ พยายามสร้างสรรค์ เพื่อช่วยให้ทำการปิดการขายได้ง่ายตั้งแต่แรกเห็น

8. ลูกค้ามองเรื่องการบริการของเจ้าหน้าที่ขาย และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ว่าบุคลากรของบริษัทที่พัฒนาบ้านและคอนโดนั้น มีมาตรฐานเพียงใด ปัจจัยนี้ก็สำคัญเป็นอย่างยิ่งลูกค้าบางราย มาโครงการครั้งที่ 2 หลังจากที่ไปตัดสินใจที่บ้านแล้วจะมาจองบ้านที่ต้องการ แต่ต้องกลับออกมา แบบไม่ได้จองทั้งๆที่เตรียมเงินจองมาแล้ว เหตุก็เพราะเจ้าหน้าที่ขายหรือเจ้าหน้าที่รักษาความ ปลอดภัย (รปภ.) ให้บริการไม่ดีไม่ถูกใจ ทำให้ลูกค้าเปลี่ยนใจในตอนสุดท้าย

9. ลูกค้าของเรื่องการบริการหลังจากขาย ปัจจัยเรื่องการบริการหลังการขายที่ดี ก็เป็นผลทำให้ลูกค้า เกิดความเชื่อมั่นบางโครงการมีการดูแลหลังที่ส่งมอบบ้าน / ห้องชุดให้แก่ลูกค้าไปแล้วด้วยการรับประกัน 1 ปี บางบริษัทก็มีทีมนิติบุคคลอาคารชุดที่รับหน้าที่ดูแลให้ลูกค้าต่อ

10. อื่น ๆ มีปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ อีกมากที่เป็นมุมมองของลูกค้า ยกตัวอย่างเช่น ในบางแบรนด์ มีพ่อค้า ชาวจีนมาซื้อโครงการอยู่อาศัยแล้วก็ชวนเพื่อนๆมาอยู่ด้วยกันในหมู่บ้าน ปรากฏว่าหมู่บ้าน โครงการนี้ ก็มีชาวจีนทีมีอาชีพค้าขายอยู่มากว่า 20 หลัง เป็นต้น

ดังนั้นในมุมมองของลูกค้าดังกล่าวไปแล้วนี้ เราจะเห็นว่าทุกบริษัทพยายามตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้มากที่สุด เพื่อให้บริษัทตนเองพร้อมแข่งขันได้ และแน่นอนว่าความต้องการของลูกค้าก็จะไม่อยู่นิ่ง จะมีสูงขึ้นไปขึ้นไปเรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุด



พิสิทธิ์ พิพัฒน์โภคากุล

พิสิทธิ์ พิพัฒน์โภคากุล

เคยทำงานกินเงินเดือนมาสิบกว่าปี ทำงานในองค์กรที่เป็นสัญชาติอเมริกา ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และไทย จนลุกขึ้นมาก่อตั้งสถาบัน IMPRESSION ทำงานที่ปรึกษาและฝึกอบรม มีบริษัทในเครืออยู่ 3 บริษัท ด้วยดวงใจที่เปี่ยมด้วยความฝันว่า จะช่วยส่งเสริมผลักดันให้ธุรกิจไทยและผู้คนในสังคมมีศักยภาพในการแข่งขันที่สูงขึ้นมีประสบการณ์ในการเป็นที่ปรึกษาและวิทยากรให้แก่องค์กรชั้นนำต่างๆ กว่า 100 องค์กร อาทิเช่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารธนชาต คิงส์พาวเวอร์ คอนโดลุมพินี พฤกษาเรียลเอสเตท บ้านแมคโนเลียส์ ไปรษณีย์ไทย และเครือซิเมนต์ไทย เป็นต้น

เว็บไซต์

80/20 ศิลปะจากจานสู่วัฒนธรรมอาหารแบบยั่งยืน

เจริญกรุง ย่านเก่าแก่ของกรุงเทพมหานครแห่งนี้ ยังคงเต็มไปด้วยเสน่ห์ของชุมชนโบราณที่ทิ้งร่องรอยของชีวิตและความเป็นอยู่ในอดีตให้ได้เห็น ในช่วง 2-3 ปีมานี้ ย่านดังกล่าวเริ่มมีความเคลื่อนไหวให้เห็นอย่าง... อ่านต่อ




อยากแต่งคอนโดด้วยเฟอร์ฯที่ไม่เหมือนใคร สะดวก ง่ายเข้ากับทุกพื้นที่ห้อง มีทางเลือกอื่นที่ไหนบ้าง

สมัยนี้คนนิยมอยู่คอนโดกันมาก และยังไงซะยิ่งตลาดคอนโดมีการขยายตัวมากเท่าไหร่ ธุรกิจที่เก... อ่านต่อ

Preview : IDEO RAMA9-ASOKE คอนโดเริ่มต้น 2.99 ล้าน บนทำเลแยกพระราม 9 NEW CBD

ทำเลที่ตั้งไม่ต้องพูดถึงความสะดวก แวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญต่างๆทั้งห้างออฟฟิศโรงพยาบาล ข... อ่านต่อ

Privacy is the New Luxury Trend คุณค่าแห่งความเป็นส่วนตัวคืออีกนิยามแห่งความหรูหรา

ผู้เขียนเคยเขียนบทความเกี่ยวกับความหรูหราในนิยามใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปจากการรับรู้เดิมๆ ข... อ่านต่อ

เมื่อ 30 ปีที่แล้วที่ซีบีอาร์อีเพิ่งเริ่มก่อตั้งสำนักงานในกรุงเทพมหานคร ปริมาณพื้นที่สำนักงานในกรุงเทพฯ ยังมีไม่ถึง 1 ล้านตารางเมตร และค่าเช่าอยู่ที่ 250 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ในช่วงเวลานั้น กรุงเทพฯ ยังไม่มีอาคารสำนักงานระดับเกรดเอ โดยอาคารที่มีคุณภาพดีที่สุด คือ สาธรธานี สินธร ทาวเวอร์ 1 และอัมรินทร์ ทาวเวอร์ 30 ปีต่อมา พื้นที่สำนักงานมีทั้งสิ้นเกือบ 9 ล้านตารางเมตร และอาคารสำนักงานระดับเกรดเอในย่านใจกลางธุรกิจของกรุงเทพฯ หรือซีบีดี มีค่าเช่าโดยเฉลี่ยต่ำกว่า 1,000 บาทเพียงเล็กน้อย โดยอาคารสำนักงานที่มีค่าเช่าสูงสุดสามอันดับแรก ได้แก่ เกษร ทาวเวอร์ ปาร์ค เวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ และภิรัช ทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์